วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โตโยต้าเปิดศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแห่งแรกนอกโรงงาน

โตโยต้าเปิดศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแห่งแรกนอกโรงงาน

  • Share:

มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะกรรมการ นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วย ดร.สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายกสมาคมไทย-ญี่ปุ่น และอดีตประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมเปิดศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแห่งแรกนอกโรงงาน “โตโยต้า เมืองสีเขียว อยุธยา” เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 ณ โตโยต้า เมืองสีเขียว ตำบลหัวรอ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานานกว่า 55 ปี โดยมีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนความสุขสู่สังคมไทย ด้วยการเป็นองค์กรที่มีส่วนร่วมและส่งเสริมพัฒนาการอย่างยั่งยืนของสังคมไทย ทั้ง 3 มิติ ภายใต้แนวคิด “การแบ่งปันที่ไม่สิ้นสุด” โดย ด้านสังคม ได้ดำเนินโครงการถนนสีขาว เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ที่มุ่งมั่นการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลน ด้านเศรษฐกิจ ดำเนินโครงการโตโยต้าธุรกิจชุมชนพัฒน์ ที่เข้าไปปรับปรุงธุรกิจของผู้ประกอบการโอทอปและ SME ด้วยการแบ่งปันประสบการณ์การดำเนินธุรกิจและการผลิตแบบโตโยต้า และด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยความรับผิดชอบในการส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ มุ่งเน้นการดำเนินงานในทุกกระบวนการอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแก่สังคมไทย ผ่านกิจกรรมต่างๆ ภายใต้แนวคิด “โตโยต้า เมืองสีเขียว เพื่อธรรมชาติ เพื่อทุกชีวิต” โดยมีวัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นเมืองสีเขียว สะท้อนการใช้ชีวิตในเมืองอย่างมีคุณภาพร่วมกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “หนึ่งในความมุ่งมั่นที่สำคัญที่สุดของเราคือ การพยายามทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้า 6 ด้าน ในการลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการปกป้องสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรถยนต์ของเราตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ เราได้ริเริ่มกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด Toyota Green Town หรือ โตโยต้าเมืองสีเขียว เพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้าที่สั่งสมขึ้นในโรงงานของเราสู่สังคมภายนอก โดยเริ่มจากการปลูกป่านิเวศ การสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงการปลูกป่าชายเลนและกิจกรรมลดภาวะโลกร้อน โดยทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือความพยายามของเราในการสร้างสังคมที่อยู่ร่วมกันกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน”

กิจกรรมสำคัญของโตโยต้าเมืองสีเขียว คือ การส่งต่อองค์ความรู้ในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้า เพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อมของชุมชนเมือง ส่งเสริมให้คนในชุมชนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างเป็นรูปธรรม โดยร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าและชุมชน ในการออกแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของแต่ละพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการไปแล้วใน 3 พื้นที่ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดกระบี่ และจังหวัดเลย


สำหรับโครงการ “โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา” ถือเป็นจังหวัดที่ 4 ที่โตโยต้าได้นำองค์ความรู้ในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้ามาประยุกต์ใช้อย่างเต็มรูปแบบเป็นจังหวัดแรก โดยความร่วมมือกับเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ในการบูรณะเรือนจำเก่า หน้าตลาดหัวรอ บนพื้นที่ขนาด 8 ไร่ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแห่งแรกนอกโรงงาน ต่อจากศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน “ชีวพนาเวศ” ในโรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์ โดยนำองค์ความรู้ในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมทั้ง 5 ด้านของโตโยต้ามาจัดแสดงภายในพื้นที่เมืองสีเขียว ได้แก่

- การเพิ่มพื้นที่สีเขียว (Increasing Green Area) ส่งเสริมการอนุรักษ์ต้นไม้ที่มีอยู่เดิม การปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยเน้นไม้ยืนต้น โดยใช้ความรู้ด้านการปลูกป่านิเวศตามหลักของศาสตราจารย์ ดร.อากิระ มิยาวากิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกป่าจากประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทำให้ต้นไม้มีอัตราการรอดตายสูง (มากกว่า 90%) และร่นระยะเวลาการเจริญเติบโตตามธรรมชาติให้เร็วขึ้น 10 เท่า ตลอดจนสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าการปลูกป่าโดยทั่วไป


- การจัดการขยะ (Waste Management) โดยจัดการขยะอย่างครบวงจร ตั้งแต่การส่งเสริมการลดปริมาณขยะ ลดการใช้สินค้าที่ก่อให้เกิดขยะ การคัดแยกขยะ และการนำไปใช้ประโยชน์ และการกำจัดขยะแบบถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล

- การอนุรักษ์น้ำ (Water Management) การส่งเสริมการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า การประหยัดน้ำ การนำทรัพยากรน้ำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการติดตั้งถังเก็บน้ำที่ออกแบบในลักษณะของไม้ยืนต้นจำลอง เพื่อรองรับน้ำฝนที่ตกลงมาตามธรรมชาติและจากรางน้ำฝนมากักเก็บไว้ พร้อมฐานกว้างซึ่งสร้างจากวัสดุที่มีลักษณะเป็นรูพรุนเรียกว่า อิฐกรองน้ำ น้ำฝนที่ตกลงมาจะไหลลงสู่พื้น ผ่านการกรองของอิฐกรองน้ำเพื่อความสะอาด ไหลซึมลงสู่บ่อเก็บน้ำใต้ดินขนาด 10,000 ลิตร เพื่อนำกลับไปใช้ในการรดน้ำต้นไม้และกิจกรรมอื่นๆ ภายในศูนย์การเรียนรู้


- การลดการใช้พลังงานและการใช้พลังงานทางเลือก (Renewable Energy) ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานทดแทน อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ และการนำแบตเตอรี่ไฮบริดที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ (re-use) ซึ่งที่ศูนย์การเรียนรู้ โตโยต้า เมืองสีเขียว อยุธยา ใช้พลังงานไฟฟ้าที่ได้มาจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาที่จอดรถพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power Parking Canopy) ที่มีพื้นที่แผงเซลล์แสงอาทิตย์จำนวนกว่า 500 ตารางเมตร สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 100 กิโลวัตต์ เทียบเท่ากับลดค่าไฟฟ้าของบ้าน 26 หลัง ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 150 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และควบคุมการจ่ายพลังงานโดยอาคารควบคุมอัจฉริยะ (Smart Grid Building) โดยพลังงานไฟฟ้าที่ได้จะนำมาเก็บในแบตเตอรี่เก็บประจุที่ผลิตจากเซลล์แบตเตอรี่ของรถยนต์โตโยต้าไฮบริดที่ใช้แล้ว (re-use) แล้วทำการจ่ายไฟฟ้าไปใช้ในส่วนต่างๆ ได้แก่ ไฟส่องสว่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ

- การเดินทางอย่างยั่งยืน (Sustainable Transportation) ส่งเสริมการเดินทางที่ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ด้วยการใช้พลังงานทดแทน เช่น รถยนต์ไฮบริด รถไฟฟ้าขนาดเล็ก การใช้จักรยาน และการเดิน ซึ่งในเมืองสีเขียวได้ส่งเสริมการใช้จักรยาน การใช้รถไฟฟ้าขนาดเล็ก HA:MO ในระบบ EV Car Sharing เป็นพาหนะในการเดินทางเชื่อมโยงระหว่างจุดท่องเที่ยวในอยุธยา ซึ่ง Toyota HA:MO จะถูกนำมาวิ่งเป็นต้นแบบแห่งที่ 2 ต่อจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยพลังงานไฟฟ้าที่นำมาใช้กับ Toyota HA:MO มาจากแผงโซลาร์เซลส์เก็บประจุไฟฟ้าไว้ในเซลล์แบตเตอรี่ของรถยนต์โตโยต้าไฮบริดที่ใช้แล้ว (re-use) โดยมีสถานีชาร์จไฟฟ้า 2 แห่ง ตั้งอยู่ที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอยุธยา และหมู่บ้านญี่ปุ่น

ดร.สุจินทร์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า “เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ทางโตโยต้าได้เข้ามาร่วมพัฒนาปรับปรุงสถานที่แห่งนี้ให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียน นักศึกษา ประชาชนชาวอยุธยา ตลอดจนนักท่องเที่ยว การร่วมแรงร่วมใจสร้างพื้นที่เมืองสีเขียวให้กับชาวอยุธยาในครั้งนี้ ได้ส่งเสริมให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถือเป็นจุดเริ่มต้นให้ชาวอยุธยาได้มาใช้ประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมแห่งนี้ และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับทุกคนอีกด้วย”

นายกลินท์ สารสิน นายกสมาคมไทย-ญี่ปุ่น ประธานกรรมการหอการค้าไทย และอดีตประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “สำหรับโตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความแตกต่างด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นแหล่งเรียนรู้การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เป็นสวนสาธารณะสำหรับชุมชน เป็นจุดเชื่อมต่อที่อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว เพื่อเดินทางไปยังสถานที่ทางประวัติศาสตร์ต่างๆ ในเมืองอยุธยา ด้วยการใช้รถจักรยาน และรถไฟฟ้าขนาดเล็ก HA:MO

ในฐานะนายกสมาคมไทย-ญี่ปุ่น ขอขอบคุณโตโยต้าที่ช่วยปรับปรุงห้องนิทรรศการ รวมถึงกำหนดให้หมู่บ้านญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในจุดจอดรถ HA:MO ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับหน่วยงานของรัฐในท้องถิ่นในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างคุณประโยชน์ให้เกิดขึ้นแก่ชุมชนอย่างแท้จริง โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา แห่งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนอยุธยาและผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและต่างชาติ”

โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา เปิดให้บริการทุกวัน โดยโซนสวนเปิดตั้งแต่เวลา 06.00 – 20.00 น. สำหรับโซนอาคารนิทรรศการ เปิดบริการตั้งแต่ 10.00 – 17.00 น. โดยโตโยต้าเมืองสีเขียวได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ในการคัดสรรเยาวชนทำหน้าที่เป็น “เยาวชนโตโยต้า เมืองสีเขียว” ถ่ายทอดเรื่องราวและความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแก่ นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยว และประชาชน

นอกจากนี้ ยังได้กำหนดจัดกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวเป็นประจำทุกเดือน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 – มีนาคม 2562 อาทิ ตลาดนัดเพื่อสิ่งแวดล้อม กิจกรรมช่วงในเทศกาลสำคัญ ได้แก่ วันขึ้นปีใหม่ วันเด็ก วันมาฆบูชา วันวาเลนไทน์ ตลอดจนมีการเปิดลานกิจกรรมสำหรับการแสดงออกความสามารถด้านดนตรีและศิลปะสำหรับเด็กและเยาวชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอีกด้วย

“โตโยต้าเมืองสีเขียวอยุธยาแห่งนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยากับโตโยต้า โดยมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้างชุมชนที่ไม่เพียงแต่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นแบบของศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม โตโยต้าเมืองสีเขียวอยุธยาแห่งนี้ แสดงให้เห็นถึงผลแห่งความพยายามที่จะประยุกต์หลักกการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้า โดยเรามีเจตนารมณ์ในการแบ่งปันบทเรียนและความสำเร็จจากโครงการลดเมืองร้อนด้วยมือเรา (Stop Global Warming) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในสังคมเมือง โดยเมืองสีเขียวแห่งนี้จะเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมแห่งแรกของโตโยต้าที่ตั้งอยู่นอกโรงงานของเรา


วันนี้ ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้พร้อมแล้ว ที่จะเปิดโอกาสให้ นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้เข้ามาเรียนรู้วิธีการการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและร่วมกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับทุกคน นอกจากนี้ ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ยังเป็นจุดสนใจแห่งใหม่ของจังหวัดสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย” มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวในที่สุด

โตโยต้า เมืองสีเขียว…เพื่อธรรมชาติ เพื่อทุกชีวิต
(สุรภูมิ อุดมวงศ์)
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่