วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หนุ่มพลเมืองดี เล่าวินาที บอกเหตุผลเถ้าแก่ หัวเราะไม่เชื่อ มีแต่นิยาย

หนุ่มพลเมืองดี เล่าวินาที บอกเหตุผลเถ้าแก่ หัวเราะไม่เชื่อ มีแต่นิยาย

  • Share:

หนุ่มพลเมืองดี เล่าฝันร้ายในชีวิต พ่อเป็นลมตาย โดนหลอกให้ทำงาน เล่าวินาทีบอกเถ้าแก่ว่าไปช่วยสาวโดนข่มขืน แต่ไม่มีใครเชื่อ แถมขำ บอกเป็นนิยาย...

จากกรณี หนุ่มพลเมืองดี ช่วยเด็กผู้หญิงรอดจากการถูกข่มขืน แต่กลับถูกไล่ออกจากงาน โดยนายจ้างให้เหตุผลว่า นำรถไปใช้นอกเหนือจากเวลางาน และกลับมาล่าช้า แต่ก็ยังได้รับเสียงชื่นชมในความกล้าหาญจากสังคมที่ติดต่อเข้ามาช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจนถึงขณะนี้

ล่าสุด ทีมข่าวเจาะประเด็น ไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ นายทิพกร ทองขาว อายุ 30 ปี หรือ ต้น พลเมืองดี ถึงเรื่องราวต่างๆ ของเขาตั้งแต่เด็กจนโต สำหรับเขาโลกนี้ช่างโหดร้ายยิ่งนัก

ต้น หนุ่มพลเมืองดีคนนี้ ครอบครัวแยกทางตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 1 ขวบ โดยทั้งชีวิตของเขามีพ่อเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิต เพราะพ่อรับราชการทหาร มีระเบียบวินัย ซื่อสัตย์ และอดทน ส่วนแม่มีครอบครัวใหม่ แต่ยังไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ

“ย้อนกลับไปสิบกว่าปีก่อน มีผู้ใหญ่ชักชวนผมไปถางหญ้าที่จังหวัดระนอง โดยรางวัลของการถางหญ้าก็คือที่ดินผืนเล็กๆ สักพื้นไว้ให้ผมทำกิน ผมถางอยู่ 2 เดือน ผมก้มหน้าก้มตาถางหญ้ารวมๆ แล้ว 20 กว่าไร่ เหนื่อยสุดๆ เลือดตาผมแทบกระเด็นเลยครับ แต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้ที่ดิน เขาหลอกผม ผมทำอะไรไม่ได้ นอกจากนอนเจ็บใจ เสียใจ ผิดหวัง ความฝันที่อยากตั้งตัวมันจบแล้ว แต่ยังดีที่เขายังให้เงินติดตัวกลับบ้าน 4 พันบาท”

ชีวิตของต้น โดดเดี่ยว และเผชิญโชคมามากพอสมควร แต่ยังดีที่มีแรงกำลังใจสำคัญก็คือ ผู้เป็นพ่อ โดยต้นเล่าให้ทีมข่าวฟังว่า “แต่ก็เหมือนฟ้าถล่ม โลกทะลายนะครับ พ่อของผมมาตาย เพราะเป็นลม ตอนที่เขาทำคอกวัว อากาศร้อนแล้วยังไม่ได้กินข้าว เหตุการณ์นี้ผมเสียใจมาก เสียใจที่สุดในชีวิต”

จนกระทั่ง ต้น ได้มาทำงานในที่ทำงานใหม่ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตน้ำ ต้น หนุ่มพลเมืองดี เล่าว่า “ผมตั้งใจว่า จะฝากอนาคตไว้ที่โรงงานนี้ ทำงานสักสองสามปี เก็บเงินให้ได้สักก้อน ซื้อรถกระบะ แล้วหาลู่ทางทำธุรกิจ ผมอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น”

“แต่ก็นั่นแหละครับ มันไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด เถ้าแก่เขาเข้าใจผมผิด วันที่กลับไปช้า ผมตั้งใจไปบอกเถ้าแก่ผู้หญิง เถ้าแก่ผู้ชาย ว่า เดี๋ยวจะมีนักข่าวมาทำข่าวที่โรงงานนะครับ เขาจะมาสัมภาษณ์ผม เขาจะได้รู้ว่าผมทำงานที่นี่ และผมไปช่วยชีวิตเด็กผู้หญิงมา”

“แต่เขาก็ไม่เชื่อ เขาบอกผมว่า มันเป็นไปไม่ได้ มันมีแต่นิยายเท่านั้นแหละ พวกเขาหัวเราะ เพราะเถ้าแก่ทั้งสองคนอาจจะเข้าใจไปว่า ผมคงหาเหตุผลมาอ้างเพราะกลับช้า แต่เขาก็ไม่ได้บอกว่า จะไล่ผมออกนะครับ เขาแค่พูดว่า รถที่มันเสียอยู่ ถ้าผมขับไม่ได้ เดี๋ยวจะมีคนใหม่มาขับแทนผมเอง แต่ผมก็เข้าใจเขานะครับ ผมอาจจะทำงานได้ไม่ดีนักในสายตาเถ้าแก่”

“ต้องขอบคุณทุกคนนะครับที่ช่วยเหลือผม ผมไม่รู้จะตอบแทนยังไงเลย รู้สึกมีกำลังใจในชีวิตเพิ่มขึ้นมาอีกมากเลยครับ” ต้น หนุ่มพลเมืองดี ทิ้งท้าย.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้