วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin

"ลุงตู่" ส่งคลิป ขึ้นเวที่ฝั่งธนฯ อ้อน 68 ล้านเสียง ก้าวไปพร้อมกัน (คลิป)

  • Share:

"พลังประชารัฐ" ยกทัพลุยเมืองหลวง ปลุกคนฝั่งธนฯกล้าเปลี่ยน ขอโอกาสบริหารประเทศ ชูนโยบายตอบโจทย์แก้ปัญหา นำประเทศเดินหน้า ไม่สร้างวาทกรรมแบ่งสีแบ่งขั้ว มีเซอร์ไพรส์อีกแล้ว "บิ๊กตู่" ส่งคลิปตรงขึ้นเวที อ้อน "รักแล้วรอหน่อย" ขอเชื่อมั่นก้าวไปพร้อมกันด้วยความเข้าใจ  

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.62 ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ นำโดย นายคุณอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ประธานยุทธศาสตร์ กทม.นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค ร่วมปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัครพรรค โดยมีประชาชนเข้าร่วมฟังปราศรัยจำนวนมาก

โดย นายอุตตม กล่าวปราศรัยว่า การมาพบพี่น้องชาวฝั่งธนถือเป็นเวทีแรกในเขต กทม. พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคน้องใหม่แต่ใจโต พร้อมเอาแรงกายแรงสมองเข้ามาทำงานให้พี่น้องประชาชน ซึ่งชาวฝั่งธนรู้ดีว่าที่ผ่านมามีโอกาสแต่ก็พลาดไปหลายอย่าง ถึงเวลาแล้วที่จะเปลี่ยนแปลง จึงขอโอกาสอาสามาทำงานรับใช้ โดยเสนอนโยบายที่ได้รับฟังเสียงจากประชาชน ยืนยันพรรคมีบุคลากรที่ดี มีคุณสมบัติ มาด้วยใจ มีนโยบายที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหา สามารถพัฒนาชุมชน ทำได้จริงและไม่มีปัญหา พร้อมระบุว่าวันนี้ไม่ใช่เวลาสร้างวาทกรรมหรือแบ่งขั้วกัน แต่เป็นการนำเสนอนโยบายให้พี่น้องประชาชน และหากมีโอกาสเข้ามาก็จะทำทันทีและต่อเนื่อง เพราะพรรคมีความพร้อม และมีผู้ที่เหมาะสมนำพาประเทศไปข้างหน้า ทั้งนี้ช่วงหนึ่งของการปราศรัย พรรคพลังประชารัฐได้เปิดคลิปวิดีโอของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค เพื่อสื่อสารถึงประชาชน

"สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่านผม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ หัวใจดวงนี้ของผมนั้นให้กับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์มานานแล้วตั้งแต่เกิดมาแล้ว ตั้งแต่เป็นทหารมาต้องดูแลคนทั้งประเทศ เป็นงานที่ยากแต่ผมไม่เคยท้อแท้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมท้อแท้นั่นแสดงว่า เราจะไม่เดินไปข้างหน้า ไม่ได้นะครับ สัญชาตญาณความเป็นทหารของผมยังมีอยู่ทุกอย่าง เพราะฉะนั้นวันนี้ผมก็ต้องปรับตัวของผมเองให้ทำงานกับคนทุกคนได้ ไม่ใช่ว่าเราจะเลือกข้างใครก็ได้ อะไรก็ได้ มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะวันนี้มันเป็นรัฐบาลที่เรามาจากการเลือกตั้ง มาจากคนหลายพวกหลายฝ่าย แต่ทุกคนถ้าเราเลือกคนดีเข้ามาในสภาเราก็จะได้รัฐบาล ได้ ครม.ที่มีประสิทธิภาพ ทำเพื่อประชาชน ทำประโยชน์เพื่อประชาชน ไม่ใช่ผลประโยชน์ พร้อมเดินไปกับผมหรือยัง พร้อมจะก้าวไปข้างหน้ากับผมหรือยัง ถ้าเราก้าวไปข้างหน้าบ้างก้าวถอยหลังบ้าง แล้วก็เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาสะเปะสะปะ มันก็ไปถึงที่หมายช้าหน่อย เราต้องเดินหน้าไปด้วยความเข้าใจร่วมกัน แล้วเข้าใจไหมว่า เราต้องทำอย่างไรต่อไป เราจะต้องทำต่อจากของเดิมที่มานี่แหละ หลายอย่างต้องเริ่มใหม่ หลายอย่างต้องเพิ่มขึ้น แต่ต้องช่วยกันด้วยสองมือ 68 ล้านหัวใจเดินไปด้วยกันข้างหน้า ไม่ร่วมมือมันก็ไม่สำเร็จ ก็อยากให้ทุกคนเชื่อมั่น ในเมื่อทุกคนเชื่อมั่นผมมา 5 ปีแล้ว 5 ปีนะไม่ใช่สั้นๆ เป็น 5 ปีแห่งความยากลำบาก ในการแก้ปัญหาแต่มันมีอนาคต เรากำลังทำเพื่ออนาคต อนาคตมันต้องทำวันนี้ ไม่ใช่ไปหวังเอาข้างหน้าอย่างเดียว และมันต้องต่อยอดจากอดีตที่เราทำมาแล้ว มันถึงจะเดินหน้าต่อไป วันนี้โลกมันมาแบบนี้ วันนี้ประเทศไทยเจริญเติบโตมาแบบนี้ อะไรดีผมก็ทำต่อ อะไรที่ไม่ดีผมก็ไม่ทำ โอเคนะครับร่วมมือกับเรานะครับ ยิ้ม ยิ้มหวานๆ ให้กัน เราต้องไม่ทะเลาะกันอีก ฉีกยิ้มกว้างๆ ผมเองก็ยิ้มมากขึ้นในตอนนี้ ผมเห็นในความสำเร็จ เห็นความร่วมมือเห็นรอยยิ้มของประชาชนมากๆ ผมก็ยิ้มออก เราอย่าไปทำหน้าบึ้งตึงใส่กันอีกเลย ผมต้องการความรัก ความสามัคคีไปด้วยกัน ขอความสุข ขอความรัก ขอความสามัคคี กลับมาเถอะครับ ให้ประเทศไทย ให้ตัวเรา ให้ครอบครัวเรา ให้สังคมเรา เกิดความอบอุ่นไปในวันข้างหน้า นั่นแหละครับเขาเรียกว่าอนาคต เห็นด้วยกับผมไหม เราต้องเดินหน้าไปด้วยกัน พอใจหรือไม่ รอได้ไหม แบบบางเพลงเขาพูดว่ารักแล้วรอหน่อย รักแล้วรักนานๆ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวผ่านคลิป

ด้าน นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่สำคัญ เป็นการคืนประชาธิปไตย ประชาชนต้องช่วยกันไม่ให้บ้านเมืองกลับไปเป็นเหมือนเดิม ทั้งนี้การที่พรรคพลังประชารัฐต้องเกิดขึ้น เพราะการเมือง 2 ขั้วที่ต่อสู้กันมายาวนาน และทำประเทศหยุดนิ่งมา 10 กว่าปี พรรคจึงต้องอาสามาเป็นทางออกของประเทศ ไม่ให้ติดทางตันอีก อีกทั้งพรรคพลังประชารัฐเห็นว่า ประเทศจะเดินมาถึงตรงนี้จึงได้ตัดสินใจเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพราะบ้านเมืองต้องการผู้นำที่เข้มแข็งและจริงใจกับประชาชน ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจอนาคตของประเทศ

ขณะที่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวยืนยันว่า จากนี้พรรคพลังประชารัฐ จะทำให้คนฝั่งธนและฝั่งพระนครเท่าเทียมกัน ไม่เป็นลูกเมียน้อยเหมือนในอดีต พร้อมระบุว่า ผู้สมัคร ส.ส.ฝั่งธน เป็นคนมีคุณภาพทุกคน และขอให้คนฝั่งธนสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ด้วยการไม่เลือกผู้แทนที่เป็นนักเลงและขี้โกง แต่จะต้องได้นักการเมืองที่เป็นคนรุ่นใหม่มาเป็นผูแทน นอกจากนี้พรรคพลังประชารัฐจะผลักดันนโยบายเปิดตลาดนัดประชารัฐทั่วทั้งกรุงเทพฯ ให้เป็นระบบ เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าได้มีที่ขายของและพร้อมดูแลคนฝั่งธนฯ

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้