ข่าว
100 year

"เจสสิก้า โบทไรท์" เด็กไทยถูกทิ้งใน รพ.ออสซี่ ได้เจอแม่แท้ๆ หลังพลัดพราก 14 ปี

ไทยรัฐออนไลน์12 ส.ค. 2562 21:59 น.
SHARE

14 ปีที่ความฝันเป็นจริง เจสสิก้า โบทไรท์ เด็กหญิงชาวไทยที่ถูกแม่ทิ้งไว้ที่ รพ.ในออสเตรเลีย และประกาศตามหาแม่ ได้พบกับแม่แท้ๆ แล้ว รวมระยะเวลา 4 เดือนที่ตามหา จนแม่ติดต่อกลับมายังรายการทีวีดัง


จากกรณีเมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา ไทยรัฐ ได้ตีแผ่เรื่องราวอันสุดรันทด จากรายการ A CURRENT AFFAIRS รายการแนวสารคดีเชิงข่าวชื่อดัง ออกอากาศทางช่อง 9 ประเทศออสเตรเลีย ได้นำเสนอเรื่องราวที่ช็อกคนทั้งประเทศ ด้วยการสัมภาษณ์ เจสสิก้า โบทไรท์ (Jessica Boatwright) เด็กหญิงชาวไทยที่เคยตกเป็นข่าวครึกโครมในอดีต โดยถูกแม่แท้ๆ ของตัวเอง นำมาทิ้งไว้บนเก้าอี้ในโรงพยาบาลเมื่อ 14 ปีก่อน อย่างไร้จิตสำนึก จนทำให้ถูกกล้องวิดีโอวงจรปิด ภายในโรงพยาบาลจับภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ

 

ต่อมาครอบครัวตระกูลโบทไรท์ สามีเป็นชาวออสเตรเลีย และภรรยาเป็นชาวเอเชีย เป็นผู้มีฐานะและใจบุญ ได้ยื่นเรื่องต่อศาลเด็กและเยาวชน เพื่อขอเจสสิก้า มาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม 14 ปีผ่านมา เจสสิก้า โบทไรท์ ซึ่งถูกตระกูลโบทไรท์เลี้ยงดูเติบโตมาเป็นอย่างดี ออกมาประกาศตามหาแม่แท้ๆของตนเอง โดยผ่านทางสื่อมวลชนนั้น

ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา ได้สร้างปรากฏการณ์ “ช่วยเจสสิก้า ตามหาแม่” อย่างกว้างขวาง ชาวออสเตรเลียได้ส่งข้อความ และคลิปวิดีโอ เพื่อให้กำลังใจ ผ่านทางเฟซบุ๊กรายการ อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นคลิปของหนูน้อยจากเมืองแอดิเลด เป็นเมืองที่อยู่ทางใต้ ของประเทศออสเตรเลีย ก็ได้ส่งคลิปมาเพื่อให้กำลังใจ พี่เจสสิก้า ว่า 
“พี่เจสสิก้า น้องหวังว่า พี่จะหาแม่เจอ แต่ถ้าหาไม่เจอ น้องคิดว่า จะมีคนมากมาย ช่วยตามหาแม่ของพี่นะ จากเมืองแอดิเลด” 

ล่าสุดวันนี้ (12 ส.ค.) รายการ A CURRENT AFFAIRS ออกอากาศทางช่อง 9 ประเทศออสเตรเลียได้ออกมาเรียกน้ำตาคนดูหน้าจอทีวีทั้งประเทศ โดยได้นำเรื่องราว ของเจสสิก้า นำเสนออีกครั้ง ตลอดกว่า 4 เดือนที่ผ่านมาเจสสิก้าได้พยายามตามหาแม่ของเธอ ผ่านทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่างๆ และคาดหวังว่าแม่ของเธอจะดูรายการ ฝันนั้นกลายเป็นจริง แม่ของเธอได้ดูรายการ พร้อมทั้งติดต่อทางรายการว่า จะขอเข้าพบลูกแท้ๆ ของเธอเป็นครั้งแรก

จากนั้น รายการ A CURRENT AFFAIRS ก็ได้เริ่มเรื่องโดยกล่าวถึงตัวแม่แท้ๆ ของเจสสิก้า "ในสถานที่แห่งหนึ่งในชนบท ที่อยู่ห่างไกลในประเทศออสเตรเลีย เป็นที่ซ่อนตัวเอง ซ่อนความลับแก่โลกภายนอกได้เป็นอย่างดี แต่ก็ไม่สามารถซ่อนความจริงต่างๆ ได้กับใจตัวเอง 14 ปีผ่านมา เธอรู้สึกละอายใจ ที่จะตามหาลูกที่เธอทิ้งไป แต่ในเวลาเดียวกันก็มีความรู้สึก ที่อยากจะเป็นแม่”

จากนั้นแม่เจสสิก้าได้ติดต่อกับรายการ เพื่อเปิดใจให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรก ซึ่งทางรายการยินดีที่จะปิดบังตัวตนที่แท้จริงให้ โดยจะใช้นักแสดงแทน แต่เธอก็ยินดีที่จะออกมาให้สัมภาษณ์ อย่างไรก็ตามทางรายการก็ได้เบลอหน้าแม่เจสสิก้า และใช้นักแสดงแทนเพื่อความเป็นส่วนตัว

“มันเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง ที่จะเก็บความลับนี้ไว้กับตัว ทุกปีที่ผ่านไป ฉันอยากที่จะไปหาใครสักคนหนึ่ง ที่ฉันสามารถพูดคุยได้ และเล่าเรื่องราวให้เค้าฟัง ว่าต้องการที่จะพบลูก แต่จนแล้วจนรอดก็ยังทำไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกที่ผิด ผิดซ้ำๆ อยู่ทุกวัน จากการที่เธอได้ดูรายการออกอากาศในวันนั้น และได้ยินลูกของตัวเองพูดว่า เธอยกโทษให้ ลูกยังรักแม่ โดยที่ไม่แคร์ว่าแม่จะเป็นใคร แม้จะไม่เคยได้พบมาก่อน นี้คือคำพูดที่ทำให้ ฉันกล้าที่จะออกมา และพูดว่า ลูกคือลูกของแม่ และแม่คือแม่ของลูก” แม่แท้ๆ ของเจสสิก้า กล่าว 

นอกจากนั้น แม่เจสสิก้า เล่าถึงเหตุการณ์อันโหดร้าย ในคืนวันที่เธอทิ้งลูกน้อยที่เพิ่งคลอด ไว้ในโรงพยาบาล ว่า ตัวเองเดินทางมาประเทศออสเตรเลีย เมื่อตอนอายุ 18 ปี และภายใน 1 เดือน ในตอนนั้นฉันกลัวมาก ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เพราะท้องโดยไม่แต่งงาน และไม่มีพ่อ จากนั้นเธอก็เริ่มปกปิดผู้คนรอบข้าง โดยไม่บอกใคร และไม่ให้ใครสังเกตได้ว่าเธอตั้งท้อง ถึงอย่างไรก็ยังมีคนถามว่าอ้วนขึ้นหรือเปล่า โดยก็ตอบไปว่าใช่ ช่วงนี้กินเยอะ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น เป็นเพราะเธอได้ตั้งท้องนั่นเอง

จนกระทั่งเมื่อเดือนมกราคม ปี ค.ศ.2005 เธอมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง เป็นสัญญาณเตือนการคลอดลูก ในขณะที่เธอออกไปเดินซื้อของกับคุณยาย จึงรีบกลับบ้านทันที ขณะที่อยู่คนเดียวในห้องนอน ก็พยายามไม่ส่งเสียงใดๆ เพราะยายและพี่น้องอยู่ห้องติดๆ กันในบ้าน แล้วในที่สุดเธอก็คลอดลูกออกมาโดยธรรมชาติ โดยไม่มีการส่งเสียงใดๆ ออกมาทั้งสิ้น แล้วใช้กรรไกรตัดสายรกเด็ก แล้วทิ้งทารกเกิดใหม่ไว้ในห้องนอน นั่งรออยู่ในห้อง เธอยังบอกอีกว่า ทารกน้อยเกิดใหม่ ไม่ส่งเสียงร้องเลย แต่ก็ยังเคลื่อนไหว จนกระทั่งมืดจึงคิดได้ว่าควรพาไปโรงพยาบาล เพราะอาจจะเป็นอันตรายกับทารกได้ เพราะไม่ได้ป้อนน้ำป้อนนมแก่เด็กเลย

หลังจากรอจนทุกคนในบ้านหลับหมด จึงเดินพาทารกน้อยออกไปจากบ้าน ไปยังสถานีตำรวจ เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ก็เหลือเชื่อ ไม่มีตำรวจอยู่เลย จากนั้นก็ตัดสินใจเดินออกมาตามถนน เผื่ออาจเจอรถที่ขับผ่านไปมา หยุดให้ความช่วยเหลือ ในที่สุดก็มีรถแท็กซี่หยุดรับ พาเธอไปส่งโรงพยาบาล นอกจากนั้นแท็กซี่ใจบุญ ที่ไม่ได้คิดค่าโดยสาร ยังยื่นเงินให้ 20 ดอลลาร์ออสเตรเลีย อีกด้วย ให้ไปเพื่อนำไปซื้อของกิน ของใช้ที่จำเป็นเฉพาะหน้า

ในที่สุดก็ถึงโรงพยาบาล เธอบอกว่ากลัวมาก ไม่รู้ว่าจะดูแลลูกน้อยของเธอเองอย่างไร พยาบาลได้นำลูกของเธอเข้าตรวจ เธอบอกว่าภาพวงจรปิดที่ทางรายการได้นำออกอากาศนั้น เป็นภาพที่เดินตามหาลูก ซึ่งหลังจากที่ได้ให้ลูกน้อยกับนางพยาบาลไปแล้วนั้น เธอตามหาลูกยังไงก็ไม่พบ จากนั้นก็เดินออกจากโรงพยาบาลไป ตามที่เธอได้อ้างไว้กับทางรายการ จนในวันรุ่งขึ้นก็ไปเรียนที่โรงเรียนสอนภาษาตามปกติ

เธอบอกตามดูข่าวมาโดยตลอด อยากที่จะกลับไปโรงพยาบาล และบอกว่านี่เป็นลูกของเธอเอง แต่ก็กลัวๆ แม้กระทั่งที่จะบอกให้น้องตัวเองรู้ว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกของเธอ เพื่อที่จะให้ไปเอากลับมาให้เธอ ก็ยังไม่กล้า เพราะกลัวมาก แต่ก็ยังแอบตัดภาพลูกน้อย จากหนังสือพิมพ์ แล้วใส่ไว้ในกระเป๋าของเธอเอง ไว้ดูต่างหน้าทุกวัน และพูดว่า ลูกยังอยู่ในใจของแม่มาตลอด แม้ว่าแม่จะทิ้งลูกไว้ในโรงพยาบาล และหวังว่าลูกจะมีอนาคตที่ดี” 

เมื่อถูกถามว่า จะพูดอย่างไรกับผู้คนที่วิพากษ์วิจารณ์คุณ แม่ของเจสสิก้า กล่าวว่า ผู้คนอาจจะคิดว่า ฉันอาจจะมีเหตุผลของฉันที่ทิ้งลูกในคืนนั้น หรือว่าฉันเห็นแก่ตัว แต่ก็จะบอกพวกเค้า ทุกคนมีเหตุผลเป็นของตัวเอง

เมื่อถามว่า อยากจะบอกอะไรกับครอบครัว “ตระกูลโบทไรท์” ที่ได้นำเจสสิก้ามาเลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรม แม่เจสสิก้า กล่าวว่า อยากจะขอบคุณเป็นอย่างมาก ที่เลี้ยงดูเจสสิก้า จนเติบโตมาเป็นอย่างดี เป็นเด็กฉลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันได้หวังไว้ว่า เธอจะได้มีอนาคตที่ดี

อย่างไรก็ตามตลอด 14 ปี ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามตามหาแม่ของเจสสิก้ามาโดยตลอด และได้ยกเลิกการตามหาไปในที่สุด เพราะไม่มีหลักฐาน หรือพยานวัตถุ หรือแม้กระทั่งพยานบุคคล ที่สามารถนำพาไปพบตัวแม่ของเจสสิก้าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวของแม่เจสสิก้าเองไม่เคยออกตามหา หรือแอบมาหาลูกเลย

จ่าสิบตำรวจเอกแพทริก คีทธิง ตำรวจสืบสวน เจ้าของคดีเด็กทารกถูกทิ้ง เมื่อปี 2005 กล่าวว่า ขณะนั้นตัวเองก็เป็นพ่อคนเหมือนกัน ก็ได้แต่หวังว่าแม่เด็กยังมีชีวิตอยู่ เขาได้รื้อคดีใหม่โดยใช้การตรวจหาดีเอ็นเอ อัตลักษณ์บุคคล ซึ่งผลได้ส่งกลับมาว่า บุคคลที่มาติดต่อมากับทางรายการ A CURRENT AFFAIRS เป็นแม่ของเจสสิก้าจริง ซึ่งผลตรวจนี้ทำให้แม่ลูกได้กลับมาเจอกัน

ในที่สุดวันที่เจสสิก้าก้ารอคอยก็มาถึง แม่ของเจสสิก้าเดินทางมาที่บ้านครอบครัวตระกูลโบทไรท์ พ่อและแม่บุญธรรมของเจสสิก้า ทุกคนตื่นเต้นดีใจที่จะได้พบแม่เจสสิก้าตัวจริง ทุกคนต่างร้องไห้ สวมกอดเข้าหากัน พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้สึก จากนั้นเจสสิก้า ก็ขอตัว และขอเป็นการพูดคุยกับแม่ครั้งแรกเป็นการส่วนตัว พร้อมทั้งชวนแม่ดูภาพเจสสิก้าในวัยเด็ก และพูดคุยปรับความเข้าใจเพิ่มเติมสานต่อ ในช่วงเวลา 14 ปีที่หายไป 

สุดท้ายแม่เจสสิก้าได้ทิ้งท้ายบอกกับรายการว่า "หลังจากที่ตัวเองได้ วิ่งหนีลูกตัวเองมา 14 ปี ลูกฉันก็หาฉันเจอ ไม่วันใดวันหนึ่ง ในที่สุดก็ต้องหันหน้ามายอมรับความเป็นจริง".

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เจสสิก้า โบทไรท์แม่ทิ้งลูกตามหาแม่ออสเตรเลียเด็กไทยเจอแม่แท้ๆทิ้งทารกข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้