ข่าว
100 year

“บิ๊กไบค์” ซื้อง่ายขายถูก คนขับขี่วัดดวงวันต่อวัน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์10 ต.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

ความนิยม “รถบิ๊กไบค์” ทั้งรูป โฉมดีไซน์เฉี่ยวตัวรถสุดเท่ และเครื่องยนต์แรงสะใจ ในการซื้อหาครอบครอง มีความสะดวกเข้าถึงได้ง่าย...ด้วยเงินดาวน์ราคาถูก...แสนถูก มีเงินไม่กี่หมื่นบาทก็สามารถดาวน์กันออกมาขับขี่ได้อย่างสบาย

ขอเพียง “ผู้ซื้อ” มีเงินดาวน์เริ่มต้นที่ 15 เปอร์เซ็นต์ของราคารถ และหาคนมาค้ำประกันก็ได้แล้ว หากไม่ต้องการให้มีคนค้ำประกัน ต้องเตรียมเงินดาวน์ไว้ 25% ของราคารถ

ปัจจัยนี้...“ยั่วยวนใจ” ผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ เกิดความ “ใฝ่ฝัน” อยากได้...อยากมีครอบครอง จากเคยขี่จักรยานยนต์รุ่นปกติ... ต้องการขยับมา “ขี่บิ๊กไบค์” เพราะตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์ สมรรถนะเครื่องยนต์ การขับขี่ และภาพลักษณ์ที่ดูแล้วหล่อเท่ สะท้อนตัวตนผู้ขับขี่อย่างมีสไตล์...

จึงไม่น่าแปลกใจ...ที่มักเห็นผู้ขับขี่บิ๊กไบค์หน้าใหม่ ตามท้องถนน มีอายุน้อยลง บางคนอายุไม่ถึง 18 ปีด้วยซ้ำ ผลของการเข้าถึงครอบครองง่าย...ไม่ต้องมี “ใบผ่าน” คอร์สอบรมขับขี่รถบิ๊กไบค์

สิ่งนี้กลับกลายเป็นปัญหาบนท้องถนน “ความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ” ที่มี “การสูญเสีย” ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เกิดให้เห็นเป็นบทเรียน...จนแทบเป็นเรื่องชินตาสังคมไทยไปแล้ว

เงื่อนปัญหาสำคัญนี้...ขอหยิบยกตัวอย่างวิธีขับขี่บิ๊กไบค์ปลอดภัย ที่ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจาก แอนนี่-ปริศนา ปัญญาศิรินุกูล ไบค์เกอร์สาว นักบิดบิ๊กไบค์ ประธานกลุ่ม Biker Chicks Thailand เล่าว่า ส่วนตัวชื่นชอบการขับขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์มานานกว่า 10 ปี เริ่มจากเคยเห็นทางบ้านใช้มอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นเคยซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไปไหน...มาไหนกับคุณแม่มาตลอด กลายเป็นความซึมซับการซ้อนท้ายขี่มอเตอร์ไซค์ และรู้สึกประทับใจ ความเร็วที่ได้สัมผัสกับลมปะทะตัวเอง...

ในช่วงอายุ 24 ปี เริ่มทำงานมีรายได้เป็นของตัวเอง...ได้ซื้อรถมอเตอร์ไซค์คันแรก เครื่องยนต์ขนาด 250 ซีซี ทั้งที่ตอนนั้นยังขี่รถไม่เป็นด้วยซ้ำ และนำมาจอดทิ้งไว้ในบ้านหลายเดือน เพราะตัวรถมีความใหญ่ แรงม้ามากกว่ารถมอเตอร์ไซค์ทั่วไป การควบคุมการขับขี่เป็นไปได้ยาก

จากปัญหานี้จำเป็นต้องไปเข้าคอร์สฝึกอบรมขี่บิ๊กไบค์ อย่างจริงจัง เพื่อให้มีทักษะช่วยขับขี่ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงขั้นสูงนับแต่วันแรกของการขี่มอเตอร์ไซค์...มาถึงวันนี้ผ่านมาแล้ว 10 ปี แม้มีความชำนาญพอสมควร เพราะอยู่ในวงการเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์

ทั้งงานพิธีกร ถ่ายแบบ หรือแข่งขันในสนามอาชีพ ก็ยังมองว่าประสบการณ์ขี่บิ๊กไบค์ไม่พอ ต้องฝึกฝนเพิ่มพูนความชำนาญการขับขี่ให้สามารถเซฟ เกิดความปลอดภัยต่อตัวเองมากที่สุด

ทุกครั้งที่มีเวลาว่างจากการทำงาน ต้องเข้าคอร์สฝึกฝนทักษะการขี่มอเตอร์ไซค์ ทั้งรูปแบบถนนฝุ่น แนวแอดเวนเจอร์ ถนนทางเรียบ เพื่อทบทวน...เตือนสติ...ไม่ให้ประมาท...เพราะข้อดีของการฝึกฝนอยู่บ่อยๆ ทำให้มีสติแก้ไขเหตุเฉพาะหน้าในยามเกิดอุบัติเหตุได้ดีกว่า...คนไม่เคยฝึกอบรมเลย

หากมาพูดถึง...วิธีป้องกันอุบัติเหตุมีหลากหลายแบบด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ก่อนขี่มอเตอร์ไซค์ ต้องรู้จักป้องกันตัวเอง เช่น ตรวจเช็กรถตามระยะวงรอบให้มีสภาพพร้อมเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อมีการขับขี่ต้องสวมชุดเซฟตี้ป้องกันอันตราย...และต้องพักผ่อนให้เพียงพอ...ให้สดชื่น...ไม่ให้มีความเครียด เพราะอาจเป็นสาเหตุขาดการยับยั้งความเร็ว นำมาสู่ความประมาทขึ้นมาได้

ทว่า...อุบัติเหตุรถบิ๊กไบค์มักเกิดจากการประมาท เมาสุราขณะขับขี่ และคนขาดสติจากความโกรธ โมโห อารมณ์ร้อนเพราะความรู้สึกนี้ก่อให้เกิดผลต่อการขับขี่ได้จริง...ยิ่งความโกรธ โมโหมาก...ยิ่งให้ขาดสติ และมักมาระบายอารมณ์กับรถบิ๊กไบค์...ด้วยการท้าทายความเร็ว

สุดท้ายอาจนำมาสู่อุบัติเหตุชนกับรถคันอื่น หรือชนกับวัตถุสิ่งกีดขวางให้เกิดความสูญเสีย กลายเป็นบทเรียนของการ “เกิดอุบัติเหตุ” ที่ไม่สามารถย้อนเวลากลับคืนมาได้อีกต่อไป...

ที่ต้องเน้นย้ำในการขี่บิ๊กไบค์ ต้องมี “สติ สมาธิ” ยิ่งขี่ความเร็วสูงมากเท่าไร...ต้องใช้สมาธิสูงเท่านั้น บางครั้งขี่รถนานมักมีความเหนื่อยอ่อนล้าและมีความรู้สึกสูญเสียสมาธิ...ตาพร่ามัวมองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน ต้องหยุดจอดพักยืดเส้นยืดสาย...ให้รู้สึกดีขึ้นแล้วค่อยเดินทางต่อได้

และ “สายตา” ต้องกว้างไกล...“มีสติ” วางแผนในระหว่างการขับขี่ตลอดเวลา เสมือนมีแผนที่การเดินทางอยู่ใน “หัวสมอง”...กะระยะสายตาช่องทางข้างหน้า ใช้สายตาหมั่นมองเส้นทางให้รอบด้าน เพื่อช่วยให้มองเห็นรอบทิศทาง มีการวางแผนทั้งการขี่รถ และคำนวณคิดเผื่อคนขับคนอื่นด้วย

อีกทั้งต้องประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า จากวิสัยทัศน์การขับขี่ และทิศทางของรถคันอื่นได้อย่างแม่นยำ...พยายามมองเส้นทางจุดไกลสุด ระยะกลางและระยะใกล้สุด จะช่วยขี่รถแซง หรือหยุดรถ มีประสิทธิภาพปลอดภัย เพราะมีการวางแผนกะระยะห่าง และสิ่งกีดขวางที่อยู่ด้านหน้ารถไว้แล้ว

เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยเฉพาะบุคคลที่เคยเข้า “คอร์สอบรมการขับขี่สำหรับรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์” มักมีประการณ์สามารถตั้งสติ แก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า หรืออาจหาวิธีการป้องกันลดการบาดเจ็บได้ดีกว่า...นักขี่หน้าใหม่ที่ไม่เคยผ่านการเข้าคอร์ส

“ทุกคนต้องการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ควรเข้าคอร์สอบรมการขับขี่สำหรับรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์โดยเฉพาะ หลักสูตรระดับพื้นฐานไปจนกระทั่งระดับสูง เพราะเป็นวิธีช่วยลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุทางถนน ในการเพิ่มความปลอดภัยการเดินทางมากขึ้น” แอนนี่-ปริศนา ว่า

สิ่งสำคัญ...ไม่ควรขี่รถเร็วในพื้นที่ชุมชนเมือง หรือเขตโรงเรียน พูดกันง่ายๆ...อย่าขับเร็วเกินกว่าตัวเองควบคุมความเร็วของรถได้ ที่ผ่านมาผู้ขับขี่ “ประมาท” ชอบทดลองเข็มไมล์ความเร็วรถ มองว่ารถมีความเร็วแค่ไหน...ก็บิดแบบสนุกมือสุดเข็มไมล์...คิดว่าควบคุมได้ แต่บิ๊กไบค์มีขนาดเครื่องยนต์ใหญ่มาก

ทำให้เบรกห้ามล้อไม่ทัน สูญเสียการทรงตัว ควบคุมรถไว้ไม่ได้ สุดท้ายเกิดอุบัติเหตุขึ้น...

ปัจจัยน่ากังวลยุคนี้...คงเป็นเรื่องวุฒิภาวะผู้ขับขี่ เพราะคนขี่บิ๊กไบค์ มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ที่เกิดจากการ “เข้าถึง...ซื้อได้ง่าย” บางคนไม่เคยผ่านคอร์สการฝึกฝนตามความเหมาะสม ไม่มีทักษะ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญการขับขี่บิ๊กไบค์ จนการใช้เบรกไม่ถูกต้อง ส่งผลต่อการทรงตัวรถ ทำให้ไม่มีความปลอดภัยในการขับขี่

ประเด็นสำคัญมีว่า...ส่วนใหญ่คนมักชะล่าใจในการขับขี่ช่วงระยะทางสั้นๆ และไม่สวมหมวกกันน็อก เพราะคนขี่ชอบคิดว่าไปแค่ปากซอยระยะทางไม่ถึงกิโลเมตร คงไม่มีปัญหาอะไร แต่อุบัติเหตุเกิดได้เพียงเสี้ยววินาที และชอบเกิดในช่วงขับขี่ในระยะสั้นนี้

ในอนาคต...หากเป็นไปได้อยากให้มีการสอบใบอนุญาตเฉพาะสำหรับจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือ...“บิ๊กไบค์” ใครจะขี่ต้องทำหมดทุกคน และสอบแยกจากรถจักรยานยนต์ทั่วไป มีการกำหนดอายุให้ชัดเจน รวมถึงบุคคลที่จะซื้อได้ต้องผ่านการเข้าคอร์สอบรมขับขี่โดยเฉพาะ และต้องเข้มงวดในกฎจราจร

หลักการขับขี่รถนั้น ไม่ว่า...จะเป็นรถจักรยานยนต์ บิ๊กไบค์ หรือรถยนต์ทุกชนิด ต้องมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทาง ไม่ประมาทเคารพกฎจราจร และไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ไม่ใช่เพียงเราที่ได้รับความเดือดร้อน แต่อาจสร้างปัญหาที่ไม่คาดคิดให้กับผู้อื่นร่วมไปด้วย

เมื่อคนพร้อม...รถพร้อมและวิสัยทัศน์ดี ส่วนที่เหลือคงต้องเป็นเรื่องของดวงชะตากรรม...

จริงๆตามที่เล่ามาตั้งแต่ต้นคือ “องค์ประกอบ” เท่านั้น แต่สุดท้ายแล้ว “อุบัติเหตุหลัก”... มักเกิดจากความประมาท...และไม่เคารพกฎจราจร.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บิ๊กไบค์ความเสี่ยงอุบัติเหตุปริศนา ปัญญาศิรินุกูลไบค์เกอร์สาวBiker Chicks Thailandสกู๊ปหน้า1

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้