ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    จากสิงคโปร์ ฮ่องกง ตรวจคัดกรองเข้มไวรัสมรณะ (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์14 ก.พ. 2563 05:27 น.
    SHARE

    จีนปรับแผนใหม่สู้วิกฤติไวรัสมรณะ สั่งเปลี่ยนวิธีตรวจหาเชื้อ “โควิด-19” เป็นการใช้ “ซีที สแกน” เข้าที่ปอดโดยตรง หวังตรวจพบผู้ป่วยได้เร็วและรักษาทันกาล พร้อมเด้ง 2 บิ๊กพรรคคอมมิวนิสต์ประจำหูเป่ยและอู่ฮั่น ข้อหาไร้ประสิทธิภาพ เผยยอดคนตายพุ่งวันเดียว 254 ศพ รวมยอดเสียชีวิตสะสม 1,365 ศพ ด้านเวียดนามผวาเชื้อไวรัสลุกลามสั่งปิดหมู่บ้านใกล้กรุงฮานอยกัก 1 หมื่นคนห้ามออกนอกบ้าน ฮ่องกงก็สั่งปิดโรงเรียนทั่วทั้งเกาะ สเปนผวายกเลิกงานเทคโนโลยีระดับโลก ส่วนไทยแจงเหตุอนุญาตให้เรือสำราญเข้าเทียบท่าภูเก็ตเพราะไม่มีผู้ป่วย ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเตรียมยกระดับตรวจคัดกรอง ผู้ที่เดินทางมาจากฮ่องกงและสิงคโปร์เทียบเท่าจีน

    วิกฤติการแพร่ระบาดของ “ไวรัสโควิด-19” ยังคงสร้างความเขย่าขวัญให้ผู้คนทั่วโลก จากเชื้อจุลชีพสายพันธุ์ใหม่ที่อุบัติขึ้นในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ลุกลามเป็นพญามัจจุราชที่ปลิดชีพมนุษยชาติไปแล้วนับพันศพ ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 13 ก.พ. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากการเปิดเผยของคณะกรรมการสุขภาพมณฑลหูเป่ยว่า เมื่อวันพุธที่ 12 ก.พ.วันเดียว มีผู้เสียชีวิตในมณฑลหูเป่ยอีก 242 ราย และพื้นที่อื่น 12 ราย รวมเสียชีวิต 254 ราย ทำให้ผู้เสียชีวิตสะสมทั่วประเทศจีนพุ่งขึ้นเป็น 1,365 ราย นอกจากนี้ ยังพบผู้ติดเชื้อในมณฑลหูเป่ยเพิ่มในวันเดียวอีก 14,840 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อทั่วจีนพุ่งขึ้นเป็นกว่า 59,805 ราย สำหรับสาเหตุที่ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นสูงผิดปกติ เนื่องจากจีนมีการเปลี่ยนวิธีตรวจเชื้อจากที่เคยใช้วิธี “ไรโบนิวคลีอิก เอซิด เทสต์” (อาร์เอ็นเอ) หาสารทางพันธุกรรมของไวรัสซึ่งใช้เวลานาน เปลี่ยนไปใช้การเอกซเรย์ด้วยคอมพิวเตอร์ หรือ “ซีทีสแกน” เพื่อตรวจหาอาการปอดติดเชื้อ โดยวิธีใหม่นี้จะใช้เฉพาะในมณฑลหูเป่ยก่อน เพราะจะตรวจได้เร็วและรักษาได้ทันกาลขึ้น

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า นอกจากนี้รัฐบาลจีนยังสั่งปลดนายเจียง ฉ้าวเหลียง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำมณฑลหูเป่ย และนายหม่า กั๊วะเชียง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำเมืองอู่ฮั่น ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่ไร้ประสิทธิภาพ โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนได้ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจรับมือไวรัสโควิด-19 นำโดยนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรี การปลดเจ้าหน้าที่ระดับสูงแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกลางของจีนเข้ามาควบคุมการยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มากขึ้น ขณะเดียวกัน ดร.มารี-พอล คีนีย์ อดีตนักไวรัสวิทยาขององค์การอนามัยโลก (WHO) เผยระหว่างการประชุมร่วมกับนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยจากทั่วโลกกว่า 300 คนที่นครเจนีวาว่า นักวิทยาศาสตร์จีนกำลังเร่งทดลองยาต่อต้านไวรัส 2 ตัวเพื่อใช้ต่อสู้ไวรัสโควิด-19 และผลการทดลองทางคลินิกขั้นต้นจะออกมาในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่การพัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ต้องใช้เวลาประมาณ 18 เดือน

    ส่วนกรณีที่เรือสำราญ “เวสเทอร์ดัม” ได้รับอนุญาตให้เข้าเทียบท่าที่ประเทศกัมพูชา สำนักข่าวต่างประเทศอ้างการรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์ขแมร์ไทม์ ของกัมพูชา ว่า เมื่อเจ้าหน้าที่กัมพูชาขึ้น ไปตรวจสุขภาพคนบนเรือ พบว่าผู้โดยสารอย่างน้อย 20 รายมีอาการป่วย สงสัยว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงรีบส่งตัวอย่างเลือดไปให้สถาบันปาสเตอร์ในกรุงพนมเปญตรวจสอบยืนยัน ขณะที่เรือสำราญ “ไดมอนด์ พรินเซส” ที่ถูกกักอยู่นอกชายฝั่งเมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 3,700 คน ตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อีก 44 ราย รวมเป็น 219 ราย

    ในส่วนมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 แต่ละประเทศนั้น ล่าสุดทางการเวียดนามได้ใช้มาตรการกักโรคในชุมชนซอน ลอย ห่างกรุงฮานอยประมาณ 40 กิโลเมตร ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่ราว 1 หมื่นคน ตั้งแต่ 13 ก.พ.เป็นเวลา 20 วัน หลังพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ถึง 6 ราย ขณะที่ฮ่องกงสั่งปิดโรงเรียนทั้งหมดจนถึง 16 มี.ค. เกาหลีเหนือเพิ่มเวลากักโรคผู้ต้องสงสัยติดเชื้อเป็น 30 วัน สเปนสั่งยกเลิก “โมบายล์ เวิลด์ คองเกรส” นิทรรศการด้านเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เมืองบาร์เซโลนา ใน 24-27 ก.พ.

    วันเดียวกัน นายคัตสุโนบุ คาโตะ รมว.สาธารณสุขญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ว่าพบผู้เสียชีวิตรายแรกในประเทศอย่างเป็นทางการ เป็นหญิงวัยประมาณ 80 ปี ใน จ.คานางาวะ ที่ติดเชื้อโควิด-19 โดยจากการตรวจสอบพบว่าหญิงรายดังกล่าวเริ่มแสดงอาการเมื่อวันที่ 22 ม.ค. และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 1 ก.พ. แต่ไม่ได้มีการเผยรายละเอียดว่ารับเชื้อมาจากที่ใด ส่วนกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ระบุว่า ตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 8 คน ซึ่งถือเป็นยอดตรวจพบสูงสุดภายใน 1 วัน ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อภายในประเทศเพิ่มเป็น 58 คน ในจำนวนนี้ 7 คนอาการหนัก แต่มี 15 คนที่หายดีและออกจากโรงพยาบาลได้

    อีกด้านหนึ่งที่ท่าเทียบเรือน้ำลึกภูเก็ต เรือสำราญขนาดใหญ่ “ซีบอร์น โอเวชัน” (SEABOURN OVATION) ได้รับอนุญาตให้เข้าจอดเทียบท่า โดยมีนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.ภูเก็ต นำคณะเข้าตรวจสอบคัดกรองตามมาตรการควบคุมเชื้อไวรัสโควิค-19 สำหรับเรือสำราญดังกล่าวออกเดินทางมาจากประเทศมาเลเซียเมื่อ 12 ก.พ. เข้าเทียบท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต เวลา 07.00 น. วันที่ 13 ก.พ. และจะออกจาก จ.ภูเก็ตในเวลา 17.00 น. วันเดียวกัน เพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศสิงคโปร์ ในเรือประกอบด้วยผู้โดยสาร 495 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป มีชาวเอเชียสัญชาติอินเดีย 1 คน ลูกเรือ 433 คน รวมทั้งสิ้น 928 คน โดยนายภัคพงศ์เผยว่า ผลการตรวจสอบนักท่องเที่ยวทั้งหมดไม่มีผู้ใดเป็นไข้ จึงฝากถึงประชาชนว่าขอให้มั่นใจเนื่องจากมีการควบคุมและคัดกรองอย่างมีมาตรฐาน สำหรับในเดือน ก.พ.จะมีเรือสำราญเข้ามาเทียบท่าที่ จ.ภูเก็ต 17 ลำ ส่วนเดือน ม.ค.ที่ผ่านมามี 16 ลำ ทั้งหมดผ่านการคัดกรองผู้โดยสารตามมาตรฐานอนามัยโลกและข้อสั่งการของกระทรวงสาธารณสุข เช่นเดียวกับที่สนามบิน

    ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีที่เรือซีบอร์น โอเวชั่น เข้าเทียบท่าที่ จ.ภูเก็ต ว่า ถือเป็นเส้นทางการเดินเรือปกติและมีกำหนดผ่าน จ.ภูเก็ต โดยหยุดแวะพัก 10 ชั่วโมง สำหรับผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดเป็นชาวยุโรป ที่ผ่านมาเรือลำนี้ได้รับอนุญาตให้จอดเทียบท่ามาแล้ว ที่ฮ่องกง เวียดนาม แหลมฉบัง เกาะกูด กัวลาลัมเปอร์ ลังกาวี แพทย์ประจำเรือแจ้งว่าไม่มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ ประเทศไทยจึงไม่ได้มีมาตรการห้ามไม่ให้เข้าประเทศ ต่างจากการขอเทียบท่าของเรือเวสเตอร์ดัม ที่เป็นการขอจอดเรือฉุกเฉินนอกเส้นทางเดินเรือ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เรือเวสเตอร์ดัมเข้าเทียบท่าประเทศกัมพูชาแล้ว ซึ่งกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ได้รายงานขั้นตอนว่า 1.เรือจะต้องทิ้งสมอรอจนครบระยะเฝ้าระวัง 14 วัน 2.มีการจัดทีมแพทย์ไปตรวจทุกคนก่อนจะให้ลงจากเรือ 3.จัดให้สายการบินมารับผู้โดยสารที่จะเดินทางไปยังสนามบินโดยตรง และยกเว้นวีซ่าทุกคน 4.เมื่อผู้โดยสารขึ้นฝั่งหมดเรือจะถูกทำความสะอาดก่อนออกเดินทางไปเมืองท่าต่อไปในวันที่ 17 ก.พ.

    เวลา 11.00 น. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงที่กระทรวงสาธารณสุข ว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ในไทยสะสม 33 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 21 ราย ในจำนวนนี้มีชายชาวจีนวัย 21 ปี ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านเพิ่มอีก 1 ราย รวมผู้ป่วยที่หายและได้กลับบ้านแล้ว 12 ราย ส่วนผู้ป่วยอาการหนัก 2 ราย ที่รักษาตัวที่สถาบันบำราศนราดูร อาการโดยรวมยังทรงตัว ด้านผู้ป่วยชายวัย 25 ปี ที่เป็น 1 ใน 138 รายที่กลับมาจากอู่ฮั่น ประเทศจีน ผลตรวจรอบแรกไม่พบเชื้อแล้วหากตรวจไม่พบ

    อีกรอบก็จะอนุญาตให้กลับบ้านได้ ที่เหลือยังพักอยู่ที่ จ.สัตหีบ ขณะนี้ 9 วันแล้วก็ไม่พบผู้ป่วยเพิ่มแต่อย่างใด ด้าน นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการที่มีการรายงานสถานการณ์พบผู้ป่วยที่ฮ่องกงและสิงคโปร์ ซึ่งมีอัตราการป่วยแบบก้าวกระโดด จึงได้มีการหารือกันว่าภายใน 1-2 วันนี้ อาจจะมีการยกระดับการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากฮ่องกงและสิงคโปร์ เหมือนกับผู้ที่เดินทางมาจากประเทศจีน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ไวรัสโคโรนาไวรัสโคโรน่าไวรัสอู่ฮั่นโควิด-19ไวรัสโคโรน่า 2019ข่าวหน้า1ข่าววันนี้สุขภาพ

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2563 เวลา 15:46 น.