กีฬา
100 year

นำ 2 มือบึมป้ายตำรวจ บินเข้ากทม. แจ้งข้อหาก่อการร้าย! พบหลักฐานอีกเพียบ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์14 ส.ค. 2562 05:20 น.
SHARE

อรินทราช 26 คุมตัวลูไอ-วิลดัน 2 มือซุกบึมป้าย สตช.บินเข้ากรุงเทพฯ รับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ปทุมวัน ด้านรองโฆษก ตร.ทำเฉไฉ ไม่รู้ข่าวมายังไง คนสั่งบึมอยู่ต่างประเทศ ขณะที่กองปราบฯคึกคักรับคดีใหญ่ รอรับบิ๊ก บช.น.เข้าแจ้งเพิ่ม 2 มือบึม ข้อหาก่อการร้าย ส่วนชุดสืบสวน พบหลักฐานเด็ด ภาพถ่ายในมือถืออาแบ เป็นอุปกรณ์ระเบิดหลายชนิดวางเรียงบนที่นอน โดยผ้าปูเตียงตรงกับผ้าปูที่นอนในห้องเช่าย่านรามคำแหง 53 ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าค้น เพิ่มความมั่นใจเป็นที่ประกอบบึม ส่วนตัวอาแบอยู่ระหว่างขยายผลเป็นมือประกอบระเบิด หรือเป็นระดับวางแผน ด้านรองโฆษก อสส.เผยแนวทางปฏิบัติ หากพบว่าเป็นคดีที่มีการวางแผนกระทำความผิดนอกประเทศ

จากเหตุระเบิดป่วนกรุงเทพฯหลายจุด เริ่มตั้งแต่บ่ายวันที่ 1 ส.ค. ต่อเนื่องเช้าวันที่ 2 ส.ค. หลังเกิดเหตุจับกุมนายลูไอ แซแง อายุ 23 ปี และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี 2 หนุ่มชาว จ.นราธิวาส ผู้ต้องหาวางระเบิดซุกป้ายที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทันควัน ขณะนั่งรถทัวร์ลงใต้ที่ จ.ชุมพร ขยายผลจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 9 คน รวมทั้งนายอาแบ หรือนายมูฮัมมัดอิลฮัม หรือแบลี สะอิ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาคนสำคัญ นำระเบิดที่ประกอบเสร็จให้ทีมงานไปวางจุดต่างๆพร้อมเข้าค้นอพาร์ตเมนต์ในซอยรามคำแหง 53 เชื่อเป็นสถานที่ประกอบระเบิด ส่วนการสืบสวนสอบสวนเริ่มคลี่คลายตามลำดับ พบกลุ่มวัยรุ่นแนวร่วมโจรใต้บุกขึ้นมาวางระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯ 17 จุด และพื้นที่ จ.นนทบุรี อีก 1 จุด รวม 18 จุด มีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 15 คน แบ่งเป็น 2 ทีม ประกอบด้วย ทีมวางระเบิด 8 คน 2 ใน 8 คือนายลูไอ และนายวิลดัน มือวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนทีมวางระเบิดเพลิงมี 7 คน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ยันระเบิดเกี่ยวการเมือง มีผู้ต้องหาบางส่วนหนีออกนอกประเทศ ล่าสุดมีรายงาน ผบ.ตร.สั่งโอนสำนวนสอบสวนให้กองปราบฯรับไปดำเนินการ

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 13 ส.ค. ที่กองบินตำรวจดอนเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดอรินทราช กองบัญชาการตำรวจนครบาล อาวุธครบมือ เข้าควบคุมตัวนายลูไอ แซแง อายุ 22 ปี และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี 2 ผู้ต้องหาลอบวางระเบิดหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ภายหลังถูกควบคุมตัวนั่งเครื่องบินคาซ่า กองบินตำรวจ จาก จ.นราธิวาส มาถึงกรุงเทพฯ มี พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.6 นำกำลังเข้ารับช่วงควบคุมทั้งคู่ อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวนุ่งโสร่ง สวมกุญแจมือ ขึ้นรถตู้ตำรวจออกจากสนามบิน มีรถสายตรวจเปิดไซเรนนำและปิดท้ายขบวน เข้าไปที่ สน.ปทุมวัน เจ้าของที่ จุดที่ทั้งคู่ไปวางระเบิดที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องท่ามกลางสื่อมวลชนติดตามทำข่าวจำนวนมาก และถูกกันไม่ให้เข้าไปในส่วนของห้องพนักงานสอบสวน

ก่อนหน้านี้ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า เหตุวางระเบิดในพื้นที่ กทม.หลายจุด มีการร้องทุกข์กล่าวโทษกับกลุ่มผู้ต้องหาตามขั้นตอน แต่อำนาจหน้าที่การดำเนินคดียังเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน ที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. แต่งตั้งตามปกติ ส่วนที่มีกระแสข่าวคดีนี้สั่งการมาจากต่างประเทศ ไม่ทราบว่ามีกระแสข่าวนี้ออกมาได้อย่างไร คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนยังคงเดินหน้าในการดำเนินคดี รวบรวมพยานหลักฐาน หากมีบุคคลใดเกี่ยวข้องจะดำเนินการจนถึงที่สุด ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นผู้ลงมือหรือผู้สั่งการ

ด้านกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หลังมีรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เตรียมเซ็นคำสั่งให้กองปราบปรามรับโอนคดีระเบิดป่วนกรุงเทพฯมาสอบสวนเพื่อให้คดีที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นสำนวนเดียวกันนั้น มีรายงานว่า พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป. เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน มี พ.ต.ท.สัณเพ็ชร หนูทอง รอง ผกก. (สอบสวน) กก.1 บก.ป. เป็นผู้ช่วย มีพนักงานสอบสวนจาก กก.1 บก.ป. เจ้าของพื้นที่ 5 นายและพนักงานสอบสวนจาก กก.2-6 กก.ละ 2 นาย ร่วมคณะสอบสวน

มีรายงานด้วยว่า พ.ต.อ.สมควรเรียกคณะทำงานเข้าประชุม วางกรอบแนวทางการสอบสวน การรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งออกตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเพื่อหาหลักฐานต่างๆทั้งหมดอีกครั้ง โดยนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลใหม่ให้คดีเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ มีรายงานว่า คณะพนักงานสอบสวนมีมติจะแจ้งข้อหาเพิ่มกับนายลูไอ แซแง และนายวิลดัน มาหะ 2 ผู้ต้องหาวางระเบิดป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในข้อหาก่อการร้ายอีกด้วย โดยจะให้นายตำรวจระดับรอง ผบช.น. คาดว่าเป็น พล.ต.ต.ภัคพงษ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น. มาเป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหากับกองปราบปราม เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหากระทำกันเป็นขบวนการ มีผู้บงการเบื้องหลัง เรียกประชุมลับวางแผน มีคนร้ายชุดจู่โจมระดับทีมวางแผน และทีมวางระเบิดบางคนเข้าร่วมประชุม การประชุมดังกล่าวมีขึ้นในเขตแดนของประเทศมาเลเซียใกล้ชายแดนพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ก่อนที่กลุ่มคนร้ายระดับปฏิบัติการจะใช้ช่องทางธรรมชาติลักลอบเข้ามาในประเทศไทยและลอบเดินทางขึ้นมาก่อเหตุที่กรุงเทพฯ

ในส่วนนายลูไอและนายวิลดัน ที่ถูกควบคุมมาที่ สน.ปทุมวัน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์ รพ.ตร. และแพทย์นิติเวชฯ รพ.ตร. เข้าตรวจร่างกาย เก็บลายนิ้วมือแฝง และดีเอ็นเอ ก่อนนำตัวนายลูไอเข้าห้องขัง สน.ปทุมวัน โดยแยกขังเดี่ยว ไม่มีผู้ต้องหารายอื่นปะปน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแล 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมเสื้อผ้าให้สวมใส่ รวมทั้งเสื่อไว้สำหรับประกอบพิธีละหมาดตามหลักศาสนาอิสลาม นอกจากนี้ ยังมี เจ้าหน้าที่ อีโอดี เข้าตรวจสอบความเรียบรอบบริเวณพื้นที่โดยรอบ ส่วนนายวิลดัน เจ้าหน้าที่นำตัวแยกไปคุมขังเดี่ยวที่ สน.บางรัก โดยนายวิลดันมีสีหน้าที่เรียบเฉย ทั้งนี้ มี พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.6 พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางรัก ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด รวมทั้งสั่งการกำชับให้ตรวจตราและดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชม.

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กองปราบฯอยู่ระหว่างรอคำสั่งจาก ผบ.ตร.เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้มีการโอนสำนวนคดี ระหว่างนี้ มีการสั่งเตรียมคณะพนักงานสอบสวน และกำลังเจ้าหน้าที่คุ้มกันผู้ต้องหา รวมทั้งสถานที่คุมขังไว้ให้พร้อม เพื่อจะนำตัวผู้ต้องหามาควบคุมที่กองปราบฯ นอกจากนี้ ยังให้ประสานกับสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อให้มาเป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 20 ที่ระบุว่าถ้าความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทยได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรไทย ให้อัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ หรือจะมอบหมายให้พนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนคนใดเป็นผู้รับผิดชอบสอบสวนแทนก็ได้

ส่วนที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) บช.น.มีรายงานว่า จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของนายมูฮัมมัดอิลฮัม หรือแบลี หรืออาแบ สะอิ อายุ 27 ปี พบภาพถ่ายอุปกรณ์ประกอบระเบิดหลายชนิดวางเรียงอยู่บนเตียงนอน เป็นหลักฐานสำคัญมัดตัวนายอาแบและทีมวางระเบิดทั้ง 18 จุดใน กทม.และ จ.นนทบุรี พบว่าห้องที่ไว้ใช้ประกอบระเบิด เลขที่ 512 อพาร์ตเมนต์ไม่มีชื่อ ในซอยรามคำแหง 53 แยกซอยลูกจันทร์ แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. มีนายอัสซัน มูนะ อายุ 21 ปี เป็นผู้เช่า ภายหลังชุดคลี่คลายคดีเข้าตรวจค้นห้อง พบหลักฐานสำคัญ เป็นผ้าปูที่นอนตรงกับภาพในโทรศัพท์มือถือนายอาแบ ที่ถ่ายรูปอุปกรณ์ระเบิดวางอยู่บนเตียงดังกล่าว

มีรายงานอีกด้วยว่า ขณะนี้มีผู้ต้องสงสัยระดับผู้สนับสนุนเกี่ยวข้อง 4 คน ได้แก่ ผู้เช่าห้องประกอบระเบิด เจ้าของรถ จยย.ฮอนด้า ซีพีเอ็กซ์ ใช้ขี่ส่งระเบิด และผู้เกี่ยวพันกับรถเก๋งโตโยต้า 2 คน ทั้งเจ้าของและคนนำไปใช้ ในการให้นายอาแบขับขี่ดูลาดเลา ส่วนนายอาแบ อยู่ระหว่างสอบปากคำขยายผล เป็นมือประกอบระเบิด หรือว่าเป็นระดับทีมวางแผน เพราะนายอาแบ ทำหน้าที่ทั้งขับรถดูลาดเลา รับมือระเบิด รวมทั้งนัดวางแผนกันล่วงหน้าที่ห้องพัก และร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านรังสิต จ.ปทุมธานี ก่อนแยกย้ายไปลงมือวางระเบิดอีกด้วย

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ห้องประชุมด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 เรียกประชุมตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง จนท.ศุลกากร หอการค้า จ.นราธิวาส ใน 3 อำเภอที่มีพรมแดนติดรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ประกอบด้วย อ.สุไหงโก-ลก อ.ตากใบ และ อ.แว้ง วางมาตรการคุมเข้มบุคคลที่เข้าออกราชอาณาจักร หลังพบว่านายลูไอ แซแง และนายวิลดัน มาหะ ชาว อ.รือเสาะ 2 ผู้ต้องหามือวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับสารภาพขนวัตถุระเบิดข้ามแดนจากรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เข้ามาทาง อ.สุไหงโก-ลก โดยกล้องวงจรปิดด่าน อ.สุไหงโก-ลก บันทึกภาพไว้ได้ชัดเจน

พล.ท.พรศักดิ์เผยว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คนข้ามไปประเทศเพื่อนบ้าน ขากลับมาพร้อมกับเป้ใบใหญ่ไม่มีการตรวจค้น กระทั่งนำวัตถุระเบิดขึ้นไปก่อเหตุที่ กทม. ดังนั้น พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. สั่งให้มีการตรวจเข้มเป็นกรณีพิเศษตลอดแนวชายแดนทั้งหมด โดยเฉพาะสิ่งของที่นำเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นยานพาหนะหรือตัวบุคคล มีรายงานว่า การเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องครั้งนี้เพื่อสกัดกั้นและป้องกันการก่อเหตุของกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่มีหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกลุ่มบุคคลก่อคดีความมั่นคงกว่า 5,000 คน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา อาจจะประชุมวางแผน แฝงตัวลักลอบปะปนกับชาวบ้านข้ามแดนไปมาเพื่อก่อเหตุในลักษณะเดียวกับนายลูไอและนายวิลดัน

ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าคดีลอบวางระเบิดในกรุงเทพฯ และนนทบุรี จะมีการโอนคดีให้กองปราบฯ คดีดังกล่าวมีการวางแผนที่ประเทศมาเลเซีย ถือเป็นการกระทำผิดนอกราชอาณาจักรว่า ได้สอบถามนายมั่นเกียรติ ธนวิจิตรพันธ์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวนพบว่า อัยการยังไม่ได้รับสำนวนดังกล่าว แต่ตามหลักกฎหมาย หากกรณีดังกล่าวเป็นความผิดนอกราชอาณาจักรจริงๆ อำนาจการสอบสวนจะเป็นของอัยการสูงสุดจะมีแนว ทางปฏิบัติดังนี้ เมื่อพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักร จะนำสำนวนส่งมาที่อัยการสูงสุด โดยอัยการสำนักงานการสอบสวน จะตั้งเรื่องทำความเห็นเสนอว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักรหรือไม่ อัยการสูงสุดจะเป็นผู้พิจารณา

รองโฆษก อสส.กล่าวต่อว่า หากพิจารณาแล้วเป็นคดีนอกราชอาณาจักร จะมี 3 แนวทาง คือ 1.มอบหมายให้พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีตั้งแต่ต้นสอบสวนคดีต่อไป 2.มอบหมายให้พนักงานสอบสวนสอบสวนคดีโดยให้พนักงานอัยการของสำนักงานการสอบสวนไปร่วมสอบสวนคดีนี้ด้วยและ 3.มอบหมายให้อัยการสำนักงานการสอบสวนคดีเป็นผู้รับผิดชอบสอบสวนคดีเองทั้งหมดก็ได้ ส่วนอัยการสูงสุดจะใช้แนวทางไหนนั้น เป็นอำนาจและดุลพินิจของอัยการสูงสุด แต่หากว่าอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีดังกล่าวไม่ใช่คดีนอกราชอาณาจักรสำนวนคดีก็จะตีกลับไปยังพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนตามขั้นตอนปกติ ส่วนคดีระเบิดนี้จะเป็นคดีนอกราชอาณาจักรหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถให้ความเห็นได้เนื่องจากอัยการสูงสุดยังไม่ได้เห็นสำนวน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คุมเข้ากรุงอรินทราช 26มือวางระเบิดป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติคุมตัวเข้ากรุงเทพสน.ปทุมวันข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้