ข่าว
100 year

ฝ่ายค้านแจ้ง ป.ป.ช.-ตำรวจ เอาผิดบิ๊กตู่ด้วย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์10 ต.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

ผอ.กอ.รมน. พปชร.จี้ชวน ส่งศาลรธน. ฟันฝ่ายค้าน ขาดจากส.ส.

ฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้านเปิดศึกแก้รัฐธรรมนูญ 51 ส.ส.พลังประชารัฐเข้าชื่อยื่นประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญสอย 6 แกนนำฝ่ายค้านสิ้นสภาพ ส.ส. ฐานไม่ร่วมค้านแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 1 ด้านฝ่ายค้านสวนกลับยื่น ป.ป.ช.-กองปราบเอาผิด “บิ๊กตู่-ผอ.รมน.ภาค 4-บุรินทร์” ปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบและจงใจแจ้งความเท็จ “บิ๊กป้อม” สั่งรัฐมนตรีนั่งควบ ส.ส.ลุยโหวตร่างงบประมาณปี 63 ท้าเดิมพันกฎหมายจะผ่านสภาฯหรือไม่ พปชร.มั่นใจบริหารเสียงปริ่มน้ำได้ การันตี ส.ส.พรรคมีระเบียบวินัย “สมพงษ์” เสียงแข็ง ห้าม ส.ส.เพื่อไทยแตกแถวโหวตสวนมติพรรค “ชวน” โต้ “อดิศร” ยันไม่เคยค้านแก้รัฐธรรมนูญ บิ๊กทหารตบเท้าพรึบรับนายกฯเยี่ยมชมกองทัพบก “บิ๊กตู่” โอดกัดฟันทนฟังเสียงด่าสานต่อภารกิจยังไม่จบสิ้น

หลังจากที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุรัฐมนตรีที่มีสถานะเป็น ส.ส.สามารถโหวตลงคะแนนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่มีข้อห้าม ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พูดไปในทางเดียวกัน โดยยืนยันให้รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ทุกคน จะต้องยกมือโหวตลงคะแนนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เพราะเป็นสิทธิที่สามารถทำได้

“บิ๊กป้อม” ให้ รมต.เป็น ส.ส.โหวตงบฯ

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 9 ต.ค. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.มีสิทธิโหวตงบประมาณร่าง พ.ร.บ.รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ว่า ในส่วนรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ทุกคนจะต้องยกมือโหวต เพราะมีสิทธิโหวต หาก พ.ร.บ.งบรายจ่ายปี 2563 ไม่ผ่านก็เป็นไปตามที่นายวิษณุระบุไว้คือยุบสภา ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย เดินทางมาพบนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตรเพื่อขอความร่วมมือโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ต้องคุย หากดีเขาก็โหวตเอง หากไม่ดีก็ไม่ต้องโหวต ยืนยันว่าไม่ได้มอบหมายให้นายสัมพันธ์ไปพูดคุยกับพรรคเล็ก

ท้าเดิมพัน พ.ร.บ.งบผ่านสภาฯ

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ส่วนที่ฝ่ายค้านเตรียมโจมตีการใช้จ่ายงบประมาณของกองทัพนั้น ยืนยันว่า งบประมาณกองทัพไม่ได้มากกว่าช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ใช้น้อยกว่าเดิมด้วยซ้ำ ส่วนใหญ่เป็นแผนการพัฒนากองทัพ ซึ่ง ผบ.เหล่าทัพดำเนินการและวางแผนใช้งบประมาณไว้ล่วงหน้าแล้ว ไม่ใช่เบิกปากเปล่า เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่า พ.ร.บ.งบรายจ่ายปี 2563 จะผ่านสภาฯ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “มาเดิมพันกันไหมว่า พ.ร.บ.งบประมาณจะผ่านหรือไม่”

การันตีบริหารเสียงปริ่มน้ำได้

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐจะประชุมเตรียมความพร้อมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 โดยนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐกำชับให้เตรียมความพร้อมเต็มที่ มั่นใจงบรายจ่ายปี 2563 จะผ่านการพิจารณาแน่นอน เพราะพรรคร่วมรัฐบาลมีความเหนียวแน่น ไม่มีปัญหา ส่วนกรณีเสียงปริ่มน้ำนั้นไม่มีปัญหา บริหารจัดการได้ ที่สำคัญคือ ส.ส.ของพรรคมีระเบียบวินัย เข้าใจสถานการณ์ดี ไม่ต้องห่วง อยากฝากพรรคฝ่ายค้านว่า ให้อภิปรายอย่างสร้างสรรค์ เน้นเนื้อหาสาระเพราะประชาชนจับตาดูอยู่ อย่าเล่นนอกเกมนอกประเด็น หาเรื่องโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม การอภิปรายงบประมาณหากทุกฝ่ายยึดประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง ทุกอย่างก็จบ ขอให้ดูความตั้งใจของรัฐบาลที่จะมุ่งมั่นทำงานให้ประเทศและประชาชน

ปชป.มั่นใจโหวตงบไร้ปัญหา

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจําปี 2563 ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเรียกประชุม ส.ส.พรรควันที่ 15 ต.ค.เพื่อเตรียมความพร้อมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ที่จะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรวันที่ 17-18 ต.ค.ก่อนหน้านี้พรรคเตรียมความพร้อมเรื่องข้อมูลการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ไว้บ้างแล้ว ประเด็นที่เตรียมอภิปรายคือ การนำงบการแก้ปัญหาประชาชนมาสะท้อนเพื่อให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด และจัดสรรให้สมดุลกับงบประมาณรายจ่ายปี 2563 เชื่อว่าทุกพรรคจะเห็นพ้องว่า การพิจารณาแก้ไขปรับปรุงงบประมาณ ควรดำเนินการในชั้นคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น มั่นใจว่าร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 จะผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎรแน่ ไม่น่าจะเกิดปัญหาแน่นอน

เชื่อมีนักร้องข้องใจยื่นตีความ

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่า ส.ส.ที่ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมีสิทธิ์ลงคะแนนให้ความเห็นชอบกฎหมายฉบับต่างๆที่พิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 163 เว้นแต่เป็นกฎหมายที่รัฐมนตรีนั้นๆมีส่วนได้เสียกับกฎหมายฉบับนั้นไม่สามารถลงคะแนนได้ จากข้อยกเว้นนี้เชื่อว่า อาจมีนักเคลื่อนไหวทางการเมืองหยิบประเด็นนี้มายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยตีความได้ เพราะมีบางคนเห็นว่า รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ไม่สามารถลงคะแนนรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณได้ เพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อนกันร่าง พ.ร.บ.งบประมาณเป็นกฎหมายที่ ส.ส.มีส่วนได้เสียในฐานะรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.คนหนึ่ง เพราะเกี่ยวข้องกับการบริหารงบประมาณแผ่นดินโดยตรง จึงขอตั้งข้อสังเกตและเตรียมรับมือไว้ล่วงหน้า

พท.ห้าม ส.ส.แตกแถวสวนมติพรรค

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุรัฐธรรมนูญปี 2560 เปิดช่องให้รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.สามารถโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ได้ว่า หากรัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ก็แล้วแต่เขา ถ้ามีสิทธิก็ว่าไป แต่ปกติรัฐมนตรีไม่เคยโหวตยกมือในประเด็นที่ถูกอภิปราย ร่าง พ.ร.บ.งบรายจ่ายปี 2563 นี้ ถ้ารัฐบาลตอบดีก็ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน แต่ถ้าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่ผ่าน นายกฯต้องรับผิดชอบ เมื่อถามว่า การโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 พรรคจะให้อิสระ ส.ส.หรือให้โหวตตามมติพรรค นายสมพงษ์ตอบว่า ส่วนใหญ่จะเป็นไปตามมติพรรค จะแหกไม่ได้ เป็น ส.ส.มา 30 ปี ไม่เคยเห็นฝ่ายค้านโหวตให้รัฐบาล ก่อนวันอภิปรายจะกำชับเรื่องการโหวตอีกครั้ง พรรคได้เวลาอภิปราย 3 วัน จะร่วมมือกันพิจารณาอย่างเคร่งครัด มิให้มีการรั่วไหล หรือเกิดช่องว่างทุจริต นำงบประมาณไปหาประโยชน์เฉพาะกลุ่ม

อัดงบปี 63 ไม่ตอบโจทย์แก้ปัญหา

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมพร้อมอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ว่า ได้เห็นการจัดสรรงบประมาณรู้สึกไม่สบายใจ เพราะไม่สามารถตอบโจทย์การแก้ปัญหาได้ งบลงทุนมีเพียงแต่ร้อยละ 20 ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องได้ ตัวเลขงบฯ 3.2 ล้านล้านบาทนั้น ตัวเลขงบที่เพิ่มขึ้น 2 แสนล้านบาท พบว่าร้อยละ 70 เป็นการเพิ่มงบฯลงไปในส่วนที่ไม่สร้างรายได้ใหม่ พรรคจะใช้เวทีสภาฯติติงแนะนำสะท้อนให้รัฐบาลปรับงบใหม่ให้ตอบโจทย์แก้ปัญหาปากท้องให้ได้

ยันไร้รอยร้าวปมผู้ว่าฯ กทม.

คุณหญิงสุดารัตน์ยังกล่าวถึงกรณีภาค กทม. พรรคเพื่อไทยมีมติเสนอส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.แข่งกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ลงในนามอิสระว่ามติภาค กทม.ทำตามระบบพรรค เมื่อเป็นเรื่องพันธะสัญญาการทำหน้าที่ของ ส.ก.-ส.ข.ที่มีต่อคน กทม.ในอนาคต จึงหวังจะมีผู้ใหญ่ของพรรคลงสมัคร แต่เมื่อไม่เป็นไปตามนั้น ภาค กทม.จึงต้องส่งเรื่องให้ผู้บริหารพรรคพิจารณา และที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยแถลงการณ์ออกมาไม่ได้พูดผิดอะไร พรรคยังไม่มีมติจริง จะต้องหารืออีกครั้งร่วมกับ 7 พรรคฝ่ายค้าน ยังมีเวลาไม่ได้รีบร้อน ไม่มีปัญหา เรื่องนี้ไม่ได้เป็นการหักหน้ากันแต่อย่างใด เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่จำเป็นต้องส่งคนลงสมัครหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า พรรคต้องหารือกัน ตนคนเดียวไม่สามารถพูดไปก่อน ทุกคนไม่ควรแสดงความคิดเห็นไปก่อน ควรรอหารือกันในพรรคก่อน

ขู่ระวังเรือแป๊ะล่มให้ รมต.โหวตงบ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่ให้รัฐมนตรีเป็น ส.ส.รัฐบาลสามารถลงคะแนนโหวตได้นั้น รัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆห้ามโหวตรัฐมนตรีจึงลงคะแนนโหวตในฐานะ ส.ส.ไม่ได้ ยิ่งในรัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่ได้บัญญัติให้อำนาจไว้โดยตรงอย่างแจ้งชัดว่า ให้รัฐมนตรีลงคะแนนโหวตในฐานะ ส.ส.ได้ รัฐมนตรีจึงยิ่งไม่มีสิทธิลงคะแนนโหวต ขอเตือนไปยังหัวหน้าเรือแป๊ะ และเนติบริกรอย่าได้หาญกล้ารับใช้แป๊ะดันทุรัง ไปสั่งการให้รัฐมนตรีโหวต เรื่องอาจถึงศาลรัฐธรรมนูญ และระวังเรือล่มด้วยเนติบริกร

ติวลูกพรรครู้จักเล็กเป็นใหญ่เป็น

ที่โรงแรมเชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พรรคเพื่อไทยจัดสัมมนาพรรค มีแกนนำพรรค ส.ส. อดีต ส.ส.และสมาชิกพรรคทั่วประเทศร่วมสัมมนาอย่างคึกคัก โดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวเปิดสัมมนาตอนหนึ่งว่า พรรคเพื่อไทยก่อร่างมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทยและพลังประชาชน บุคคลสำคัญที่สร้างพรรค ทำประโยชน์ให้ประชาชน คือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทำนโยบายที่จับต้องได้ ฝ่าฟันทำให้พรรคเกิดความสามัคคี วันนี้มี 2 เรื่องคือความสามัคคีและการร่วมมือสร้างวัฒนธรรมองค์กรพรรคให้เข้มแข็ง ต้องรู้จักเล็กเป็นและใหญ่เป็น ร่วมกันคิดทำให้งานมีผลสัมฤทธิ์ อย่าให้ประชาชนผิดหวัง มุ่งมั่นผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จ เพราะเป็นกุญแจดอกสำคัญไขไปสู่การนำพาประชาชนให้พ้นจากวิกฤติชีวิตและวิกฤติเศรษฐกิจ

เกทับ ปชป.บุกยึดถิ่นด้ามขวานทอง

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เหตุที่เลือกมาสัมมนาที่นี่เพราะพรรคปักธงในพื้นที่นี้ เอาชนะเลขาธิการของพรรคใหญ่พรรคหนึ่งได้ การมาครั้งนี้จึงมีความหมายด้ามขวานทองเราเริ่มต้นที่ประจวบ– คีรีขันธ์ จากนี้จะลุยทัพใหญ่ไปที่ภาคใต้ทั้งหมด ปีนี้ พรรคส่งผู้สมัครเพียง 250 เขต ยังได้ ส.ส.มากที่สุดในสภาฯทั้งที่ถูกเอาเปรียบทุกอย่าง พิสูจน์แล้วว่าพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านที่มีคุณภาพ ต่อยอดจากพรรคไทยรักไทยที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯทิ้งอุดมการณ์ไว้ เอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง พรรคเพื่อไทยยังมีประชาชนในหัวใจอยู่เสมอ จะคืนความอยู่ดีกินดีบนความสงบสุขให้คนไทย ธำรงไว้ซึ่ง 3 สถาบันหลัก และนำประชาธิปไตยศักดิ์ศรีเกียรติภูมิ สร้างชาติไทยให้กลับมาทันสมัยทัดเทียมโลกอีกครั้ง เชื่อว่าพลังทีมเพื่อไทยจะนำความหวังความสุขและเงินในกระเป๋ากลับคืนมาให้คนไทยแน่นอน

51 ส.ส.ยื่น “ชวน” ส่งศาล รธน.สอย 6 ส.ส.

อีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 10.45 น. ที่รัฐสภา นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นำรายชื่อ 51 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านนายแทนคุณ จิตต์อิสระ เลขานุการคณะทำงานทางการเมืองประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ใช้อำนาจประธานสภาฯส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพ 6 ส.ส.ได้แก่ 1.นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย 2.นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ 3.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ 4.นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ 5.นายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย 6.นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 และ 185 (1) หรือไม่ จากกรณีจัดเวทีเสวนาแก้ไขรัฐธรรมนูญในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ พูดถึงการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 1 ถือเป็นเรื่องไม่ควร และกรณีใช้อำนาจ ส.ส.แทรกแซงการทำงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เพื่อตัวเองและพรรค โดยเรียก พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ามาชี้แจงต่อ กมธ.เป็นการใช้อำนาจมิชอบหรือไม่

ซัดแบ่งหน้าที่ร่วมทำลายประเทศ

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ขอให้ฝ่ายค้านหยุดทำลายประเทศ หยุดทำลายรัฐบาล ขอข้อสังเกตว่า มีกระบวนการแบ่งกันทำงานหรือไม่ ฝ่ายหนึ่งพยายามทำลายรัฐบาล อีกฝ่ายหนึ่งพยายามทำลายฝ่ายนิติบัญญัติ และขณะนี้กำลังมีอีกฝ่ายพยายามทำลายฝ่ายตุลาการ ขอเตือนคนที่คิดจะทำลายประเทศว่า จะไม่มีแผ่นดินอยู่ในประเทศไทย เช่นเดียวกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขอทำนายว่า คนเหล่านี้จะต้องหนีไปจากประเทศไทย และจะไม่ได้ตายอยู่ในประเทศไทยแน่นอน

ผู้นำฝ่ายค้านเมินถูกเข้าชื่อยื่นสอย

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ล่ารายชื่อ ส.ส.ยื่นประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพ กรณีไม่ท้วงติง การแสดงความคิดเห็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 1 ในเวทีสัมมนาที่ จ.ปัตตานี ว่า ไม่เป็นไร เรื่องนี้ต้องดูข้อเท็จจริง ตนมองว่าไม่มีอะไร เมื่อเขามีช่องทางก็ให้เป็นเรื่องของเขา ให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน

อนค.ยันไม่เคยคิดแก้มาตรา 1

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะโฆษกกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงการเรียก พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน. ชี้แจงต่อ กมธ. กรณีการแจ้งความจับ 7 พรรคฝ่ายค้านว่า การพิจารณาของ กมธ.สามารถซักถามถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งการซักถาม พล.ต.บุรินทร์เพราะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่ยืนยันจะใช้สิทธิฐานะ กมธ.เพื่อซักถาม ไม่มีกฎหมายฉบับใดตัดสิทธิ กมธ.ให้ทำหน้าที่ ขณะเดียวกันการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว กมธ.จะเชิญผู้ร้องเรียนมาร่วมประชุมด้วยและจะเปิดโอกาสให้ผู้ร้องเรียนซักถามผู้ที่ถูกร้องได้เช่นกัน ยืนยันว่า พรรคอนาคตใหม่ไม่เคยคุยกันเรื่องแก้มาตรา 1-2 แม้แต่ประโยคเดียว ข่าวที่ออกมามีแต่การตีกระแสทำให้เกิดปัญหามากขึ้น เห็นได้ว่าเรื่องมาตรา 1 เกิดจากนางชลิตา บัณฑุวงศ์ รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นคนพูด แต่ไม่อยากชี้ว่าอะไรผิดอะไรถูก เพราะถูกปิดปากมาเเล้ว 5 ปี

ยื่น ป.ป.ช.สอบ “บิ๊กตู่” แจ้งจับฝ่ายค้าน

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ให้ไต่สวน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการกองรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ฐานจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อกฎหมายหรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีมีเจตนาแจ้งข้อความเท็จแก่เจ้าพนักงานเพื่อให้ผู้อื่นเกิดความเสียหาย อันเป็นผลจากการมอบ พล.ต.บุรินทร์แจ้งความกล่าวหาพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการจำนวน 12 คน ในความผิดมาตราตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ที่ จ.ปัตตานี การแจ้งความดังกล่าวทำให้ตนและพรรคพลังปวงชนไทยได้รับความเสียหาย สมาชิกพรรคมีความเห็นว่า ต้องยื่นให้ ป.ป.ช.ไต่สวน รวมถึงจะหารือกับทีมกฎหมายต่อไปว่า จะดำเนินการฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายจาก พล.อ.ประยุทธ์หลักร้อยล้านบาท ฐานทำให้ตนและพรรคพลังปวงชนไทยเสียหายต่อชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยม ชื่อเสียงด้านการเมือง

พ่วงแจ้งความกองปราบเพิ่มเติม

ต่อมาเวลา 11.30 น. นายนิคมเดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.วีรธัช ตังคะพิภพ สว.กลุ่มงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อกล่าวโทษ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผอ.รมน.ภาค 4 พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ใน 3 ข้อหาคือ 1.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 2.การแจ้งความอันเป็นเท็จ 3.ลงข้อความอันเป็นเท็จในระบบคอมพิวเตอร์ ตามมาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 โดยนายนิคมกล่าวว่า การแจ้งความครั้งนี้แยกออกจากคดีที่ 7 พรรคฝ่ายค้านแจ้งความต่อกองปราบปรามไปก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2562 เพราะตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้านกลับไปหารือกันพบว่า พล.อ.ประยุทธ์มีความผิดเพิ่มเติมในฐานะ ผอ.กอ.รมน.ถือเป็นผู้บังคับบัญชาตามงานของ พล.ท.พรศักดิ์ และ พล.ต.บุรินทร์ จึงเดินทางมาแจ้งความเพิ่มเติม

คนส. ขวาง กอ.รมน.ฟ้องฝ่ายค้าน

วันเดียวกัน ที่ สภ.เมืองปัตตานี นายเอกรินทร์ ต่วนศิริ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ น.ส. อัญธิฌา แสงชัย อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ตัวแทนนักวิชาการเครือข่ายเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) และนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำรายชื่อนักวิชาการกว่า 270 คนทั่วประเทศ พร้อมคำแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกรณี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าแจ้งความดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ผู้เข้าร่วมเสวนาเวทีรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้าน ไปยื่นแก่ พ.ต.อ.ญาณพงศ์ อุบลบาน ผกก.สภ.เมืองปัตตานี โดยนายเอกรินทร์อ่านแถลงการณ์ตอนหนึ่งว่า การที่ กอ.รมน.นำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มาใช้เอาผิดกับประชาชนเป็นการบิดเบือนการใช้กฎหมายอาญา เพื่อสร้างความเกรงกลัวแก่ผู้ต้องหาและจำเลย เป็นการข่มขู่ประชาชนให้รู้สึกไม่ปลอดภัยในการแสดงความคิดเห็น ดังนั้น พนักงานสอบสวนและอัยการพึงแสดงความกล้าหาญซื่อสัตย์ต่อหลักวิชาชีพ ด้วยการทำคดีนี้อย่างซื่อตรงเป็นอิสระจากการชี้นำของผู้มีอำนาจ ยึดหลักเสรีภาพของบุคคลอันได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ โดยสั่งไม่ฟ้องคดีในชั้นพนักงานสอบสวนหรืออัยการ เพื่อไม่ให้การฟ้องคดีเป็นการปิดปากประชาชนประสบผลสำเร็จ

“ผู้กองปูเค็ม” โผล่พาพวกป่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นปรากฏว่า ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือผู้กองปูเค็ม พร้อมพวกอีก 4-5 คน เดินเข้าไปต่อว่าและถามกลุ่มนักวิชาการและนักศึกษาที่เคลื่อนไหวครั้งนี้เพราะเป็นแนวร่วมของขบวนการหรือของกลุ่ม PERMAS ใช่หรือไม่ โดยนายฟาห์เรนน์ นิยมเดชา นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะรัฐศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี ตอบกลับว่า “อย่ามาปรักปรำพวกเราไม่ใช่แนวร่วม วันนี้มาร่วมแถลงการณ์ให้กำลังใจอาจารย์ ไม่มีการพูดถึงกลุ่มการเมืองใด เสรีภาพการพูดทางวิชาการแสดงออกได้ ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเป็นสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล”

“ชวน” โต้ไม่เคยค้านแก้รัฐธรรมนูญ

ที่รัฐสภา เกียกกาย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีถูกนายอดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้าน โพสต์เฟซบุ๊กแต่งกลอนเหน็บแนมด้วยถ้อยคำหยาบคายว่า ขอชี้แจงว่าเป็นการเข้าใจผิด นายอดิศรจับประเด็นไม่ถูก ยืนยันไม่เคยคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ และเป็นหนึ่งในผู้ที่ไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คำให้สัมภาษณ์ของตนบอกเพียงว่า ขณะนี้มีญัตติเสนอตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหารัฐธรรมนูญในสภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาในสมัยประชุมหน้า เช่นเดียวกับกรณีที่สื่อสอบถามการแก้ไขมาตรา 1 ได้ชี้แจงว่า ไม่ขอวิจารณ์ แต่แนะนำว่า ไม่ว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล หากเป็นเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคง ควรศึกษาประวัติศาสตร์ดูให้ดี หากเสนอแนวทางที่ดีกว่าเดิมก็แก้ไขได้ แต่หากไม่มั่นใจควรระมัดระวัง เพราะเคยมีประสบการณ์ความผิดพลาด เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2544 มาแล้ว ขณะนั้นตนเป็นคนเดียวที่ทักท้วงว่า อย่าทำอะไรนอกเหนือกฎหมาย ไม่ว่าเป็นชาวพุทธหรือมุสลิมไม่ควรเลือกปฏิบัติ แต่รัฐบาลขณะนั้น เป็นพรรคที่นายอดิศรสังกัดไม่รับฟังทำให้เกิดปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาถึงปัจจุบัน ดังนั้น ในวันนี้หากจะเปลี่ยนแปลงอะไรต้อง มั่นใจ เพราะเรื่องความมั่นคงจะไปทดลองไม่ได้ หากผิดพลาดแล้วแก้ไขยาก ขอเตือนด้วยความหวังดี

เด็กนายหัวรุมกระหน่ำ “อดิศร”

นายสุกิจ อัตโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ไม่แปลกใจที่คนอย่างนายอดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้าน ใช้ถ้อยคำแบบนี้ไม่เข้าใจว่านายชวนพูดภาษาไทย แต่นายอดิศรฟังไม่เข้าใจอยากถามนายอดิศรว่า มีข้อความใดที่นายชวนห้ามฝ่ายค้านแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนที่ฝ่ายค้านเดินสายแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ในเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคง ขอให้ระวัง ที่นายชวนต้องเตือนเพราะเคยมีความผิดพลาดการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ ตั้งแต่ปี 2544 เกิดวลีพูดติดปากว่าโจรกระจอก รวมถึงกำหนดนโยบายความมั่นคงผิดพลาด ส่งผลให้สถานการณ์ 3 จังหวัดภาคใต้ที่ทำท่าจะเย็นลงลุกเป็นไฟ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การโพสต์ของนายอดิศรเป็นข้อความใส่ร้ายประธานสภาฯ การใช้ทักษะแต่งกลอนทำร้ายบุคคลอื่น เป็นสิ่งที่ประชาชนไม่ยอมรับ วันนี้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดจากเจ้านายของนายอดิศร ทำให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟการแก้รัฐธรรมนูญนั้น นายชวนให้การสนับสนุน ขณะนี้ ส.ส.ยื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญเข้ามาในสภาฯ แล้วทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ฝากนายอดิศรให้ใช้ขั้นตอนสภาฯแก้รัฐธรรมนูญ อย่าใช้กระบวนการใส่ร้ายนอกสภาฯ เป็นกระบวนการที่ใช้ไม่ได้ในยุคปัจจุบัน

บิ๊กทหารตบเท้ารับ “บิ๊กตู่” เยี่ยม ทบ.

เมื่อเวลา 07.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพบก มีพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.ณัฐอินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. พล.ร.อ. ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ.และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ให้การต้อนรับ โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ บริเวณลานด้านหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ จากนั้นรับฟังบรรยายสรุปการปฏิบัติภารกิจ การพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพบก ทั้งด้านกำลังพล การข่าวและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ด้านยุทธการ การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (CSOC) ในระดับกองทัพภาค การช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาสาธารณภัย

ขนรถเกราะสไตรเกอร์ 2 คันโชว์

ขณะเดียวกัน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.นำรถเกราะล้อยางสไตรเกอร์ 2 คัน มาโชว์ พล.อ.ประยุทธ์ หลังจากจัดซื้อมาใหม่ตามแผนปรับปรุงโครงสร้างการจัดกำลังเข้าทำการรบเป็นกำลังรบผสมเหล่าทัพระดับกรม เพื่อเสริมสร้างความพร้อมรบให้แก่กองพลทหารราบที่ 11 พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานเปิดห้องศรีสิทธิสงครามกับห้องบวรเดช ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ หลังจากปรับปรุงใหม่แล้วเสร็จ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด อนุญาตให้สื่อมวลชนทำข่าวบันทึกภาพได้เฉพาะช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ตรวจแถวทหารกองเกียรติยศเท่านั้น ห้ามเดินไปยังจุดต่างๆภายใน บก.ทบ.เด็ดขาด นอกจากนี้ กองทัพบกได้นำต้นพุดซึ่งเป็นดอกไม้หอมในวรรณคดีที่ พล.อ.ประยุทธ์ชื่นชอบมาประดับไว้รอบสนามหญ้าด้านหน้า บก.ทบ. และระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์เดินทางกลับเวลา 09.30 น. กองทัพบกจัดกำลังพลจากทุกหน่วยภายในกองทัพบกตั้งแถวส่งจนถึงประตูทางออกด้านหน้า บก.ทบ. โดย พล.อ.ประยุทธ์เปิดกระจกรถยนต์ทะเบียน 4 กต 29 กรุงเทพมหานคร ชูมือ สัญลักษณ์ “ไอเลิฟยู” ให้กำลังพลด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

กัดฟันทนฟังเสียงด่าสานต่อภารกิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการตรวจเยี่ยมกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวมอบนโยบายแก่ผู้บัญชาการเหล่าทัพตอนหนึ่งว่า ขอให้นำความรู้จากการฝึกอบรมและการดูงานกองทัพประเทศที่เจริญแล้วมาพัฒนาปรับปรุงกิจการกองทัพบกให้มีความทันสมัย เพื่อสอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบันและให้เตรียมความพร้อมที่สามารถรองรับได้ทั้งภัยคุกคามแบบเดิม และภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ส่วนการทำงานร่วมกับส่วนราชการอื่นๆขอให้ประสานสอดคล้องกัน นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวอีกว่า ตั้งแต่รับราชการทหารมาไม่เคยต้องมาโดนด่าเหมือนตอนมาเป็นนายกฯ แต่ต้องอดทนเพราะภารกิจยังไม่จบสิ้น ยืนยันไม่ได้ต้องการจะมาอยู่ตรงนี้ แต่สถานการณ์มีความจำเป็นที่ต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาให้ประเทศ

บ่นปวดหัวโดนด่าทั้งขึ้นทั้งล่อง

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล อาคารลาดพร้าว ฮิลล์ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ไปเยี่ยมชมนิทรรศการภารกิจสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล โดยนายกฯกล่าวกับภาคเอกชนและกลุ่มสตาร์ตอัพรุ่นใหม่ตอนหนึ่งว่า วันนี้มีสุขบ้างทุกข์บ้างเรื่องเยอะ แต่พยายามจะทำทุกอย่าง บางอย่างต้องใช้เวลา สิ่งสำคัญที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าคือ ความรักประเทศร่วมมือกัน เคารพกฎหมาย ฉบับใดถ้ามีปัญหามาพูดคุยกันแก้ไขได้ด้วยกลไกทุกอย่างมันก็จบ ถ้ามัวแต่พูดกันอย่างนี้ทุกอย่างคงไม่เกิดและไม่จบ แค่นี้ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว 5 ปี ไม่ใช่ว่าไม่ฟังใครเลยเวลาด่าก็ด่าจัง ถ้าจะด่าจะว่าแล้วมีความสุขทำไปเถอะ ไม่อยากโมโหไปว่าใครไม่ได้อยู่แล้ว เมื่อเลือกทางนี้ต้องโดนอยู่แล้ว ขอให้เข้าใจกันบ้างว่า วันนี้ประเทศอยู่ตรงไหน เอาคนกลับมาพัฒนาให้ถูกทาง อย่าไปแก้ปัญหาผิดๆแบบเดิม

ย้ำคดีความเยอะก้าวล่วงไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนคดีความวันนี้เยอะไปหมด เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เรื่องศาลไปก้าวล่วงไม่ได้แตะต้องไม่ได้ จะไปสั่งศาลได้อย่างไร ตนพร้อมที่จะโดนเล่นงานอยู่เหมือนกัน เขาฟ้องมา 3-4 ร้อยเรื่องแล้ว เป็นนายกฯต้องรับผิดชอบทุกเรื่องในฐานะหัวหน้ารัฐบาล มาอยู่ตรงนี้เพราะห่วงและรักประเทศชาติ ทุกคนต้องรักเพราะประเทศเป็นของทุกคนที่มีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีรัฐบาล ทหารแล้วต้องมีประชาชนด้วย

ห่วงสังคมรุนแรงต้องรู้จักอภัย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องกฎหมาย อย่างกฎหมายจราจร อย่างที่มีผู้ชายขี่รถจักรยานยนต์แล้วไปตบผู้หญิงที่ขับรถยนต์ ทั้งที่ผู้หญิงพยายามขอโทษแล้ว มันแย่ สังคมเป็นอย่างนี้ ต้องให้อภัยกัน ถ้าไม่ได้ทำให้เราเจ็บตายจะไปโกรธทำไม แค่ขอโทษกันก็จบ เรื่องรถติดบางทีมีหันมามองหน้าตน คงโทษทำให้รถติด ตนพยายามไม่ให้เปิดไซเรน ใครเปิดจะสั่งขัง ยกเว้นบางครั้งที่จำเป็นและสั่ง ครม.ทุกคนห้ามเปิด ถ้าไม่ด่วนหรือจะเป็นจะตาย ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย ต้องสร้างการเรียนรู้ คนไทยต้องคิดใหม่ วันนี้ความรุนแรงเกิดขึ้นในสังคมเป็นจำนวนมาก ทั้งจากความจน เป็นคนขี้โมโห เชื่อตนบ้างอาจพูดเยอะ แต่อยากให้รู้ว่าผู้นำประเทศคิดอะไรอยู่ ถ้าพวกเราคิด เคมีตรงกันก็เอาไปทำ บางทีก็เหนื่อยหาว่าพูดไม่รู้เรื่อง บริหารมา 5 ปีจะไม่รู้เรื่องได้อย่างไร ถึงบอกว่าธุรกิจไม่ดีแต่ไม่ได้เลวจนมากมาย ปัญหาคือเราคิดต้นทุนสูงแข่งขันเขาไม่ได้ หลายอย่างมีปัญหาลึกซึ้ง

“อนุทิน–ศักดิ์สยาม” ดอดพบ “นายกฯ”

ผู้สื่อข่าวจากทำเนียบรัฐบาลรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข พร้อมนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ คาดว่าเป็นการหารือปัญหาโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ที่ยังมีปัญหาลงนามไม่ได้เนื่องจากบอร์ดการรถไฟแห่งประเทศ ไทย (รฟท.) ลาออกยกชุดที่นายศักดิ์สยามจะเสนอแต่งตั้งบอร์ด รฟท.ชุดใหม่ เข้า ครม.ในวันที่ 15 ต.ค.นี้ โดยใช้เวลาหารือประมาณ 30 นาที ก่อนที่นายกฯจะออกไปปฏิบัติเยี่ยมชมสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและมอบนโยบาย ที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล อาคารลาดพร้าวฮิลล์ ซอยลาดพร้าว 4 กรุงเทพฯ

กมธ.ปัดขอขึ้นเงินเดือนเดือน ส.ส.

ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร แถลงหลังการประชุม กมธ.ถึงกรณีเงินประจำตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาฯ ส.ส.และ ส.ว.ว่า กมธ.ยืนยันว่า สมาชิกไม่ได้เป็นผู้เสนอให้มีการขึ้นเงินเดือน หรือเงินประจำตำแหน่ง เพียงแต่ทำให้เป็นไปตามบท บัญญัติรัฐธรรมนูญ ที่ประชุมมีความเห็นว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สำนักงบประมาณ สำนักงานพระราชกฤษฎีกา มีความเห็นสอดคล้องกับ ครม. และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงสรุปว่าจะได้รับเงินประจำตำแหน่งตั้งแต่วันเลือกตั้ง มีหน่วยงานเดียวที่มีความเห็นแย้งคือ กระทรวงการคลังว่า ควรให้เหมือนข้าราชการกลุ่มอื่น โดยยกกฎหมายข้าราชการประจำ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจมาเทียบเคียงว่า จะได้รับเงินเมื่อวันที่เข้าปฏิบัติหน้าที่หรือวันที่ได้รับแต่งตั้ง แต่ทั้งนี้ต้องติดตามว่า ความเห็นแย้งนี้จะถูกนำไปพิจารณาหรือแก้ไขในร่างพระราชกฤษฎีกาหรือไม่อย่างไร แต่ก่อนจะถึงวันนั้น กมธ.จะปรึกษาหารือกับกระทรวงการคลังอีกรอบ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฝ่ายรัฐบาลฝ่ายค้านแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 1ประยุทธ์ จันทร์โอชาบุรินทร์ ทองประไพข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้