ข่าว
100 year

แนะ "บิ๊กตู่" ลาออก หน.ทีมเศรษฐกิจ "พิชัย" ซัด "ชิมช้อปใช้" แก้อะไรไม่ได้

ไทยรัฐออนไลน์10 ต.ค. 2562 11:41 น.
SHARE

“พิชัย” ร่ายยาว “บิ๊กตู่” ไม่ไหวอย่าฝืน รีบลาออกจาก หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ซัด “ชิมช้อปใช้” หลงทาง แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ หวั่น งบกลาง 5.18 แสนล้าน ใช้จ่ายสะเปะสะปะ วอน เร่งสร้างความมั่นใจ 

วันที่ 10 ต.ค. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า เวิลด์อิโคโนมิกฟอรั่ม จัดอันดับความสามารถแข่งขันของไทยตกลง 2 อันดับ มาอยู่ที่ 40 ในขณะที่เวียดนามดีขึ้น 10 อันดับ ไอเอ็มเอฟ และ หลายสำนักวิเคราะห์ เห็นตรงกันว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะโตได้ประมาณ 2.8% หรืออาจแย่กว่า ซึ่งถือว่าต่ำมาก ทั้งหมดนี้มาจากผลการบริหารเศรษฐกิจที่ล้มเหลวมาตลอด 5 ปี ช่วงเศรษฐกิจโลกดีไทยก็แย่ อีกทั้งปัจจุบันรัฐบาลยังหลงทางคิดว่า ชิมช้อปใช้ จะสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ และจะเพิ่มจีดีพีได้เกิน 3% ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผิด ชิมช้อปใช้ ไม่ต่างอะไรกับเช็คช่วยชาติสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ซึ่งไม่มีผลต่อเศรษฐกิจเลย ประชาชนอาจจะดีใจเพียงชั่วคราวที่ได้เงินฟรี แต่เป็นเงินจำนวนน้อยมาก การใช้จ่ายเพียงเท่านั้นไม่สามารถทำให้จีดีพีขยายได้ เหมือนกับตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ และรัฐบาลยังหลงทางคิดว่าดี จะออกชิมช้อปใช้ เฟส 2 อีก ยิ่งเท่ากับหลงทางเข้าไปใหญ่แทนที่จะใช้เงินเพิ่มความสามารถแข่งขันหรือเพิ่มศักยภาพของประเทศที่อันดับความสามารถแข่งขันลด เพราะอีก 2-3 เดือนให้หลังคนก็จะลืมชิมช้อปใช้และเริ่มลำบากกันต่อแล้ว เพราะชิมช้อปใช้ไม่ก่อให้เกิดการสร้างงาน ซึ่งปัญหาการว่างงานจะเป็นปัญหาใหญ่ต่อไป

นายพิชัย กล่าวต่อว่า ไม่แน่ใจว่า พลเอกประยุทธ์ เข้าใจหรือไม่เรื่องที่ไทยมีศักยภาพในการเติบโตด้านการค้าเป็นอันดับ 8 ไม่ได้หมายความว่า เป็นผลงานของรัฐบาล แต่หมายถึงว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องบริหารประเทศให้ได้ตามศักยภาพ เหมือนบอกว่าประเทศไทยมีศักยภาพ ที่โตได้ถึงปีละ 5-6% แต่ที่ผ่านมา รัฐบาลทำได้เพียงปีละ 2-3% เท่านั้น ซึ่งแปลว่า รัฐบาลสอบตก ทั้งนี้ดูได้จากประเทศที่มีศักยภาพลำดับก่อนหน้าไทย เช่น อันดับ 1 คือโกตติวัวร์ (ไอวอรี่โคสต์) หรือ อันดับ 3 เคนยา ที่แทบจะยังไม่พัฒนาเลย แต่อาจมีศักยภาพ และรวมถึง อินเดีย จีน ไอร์แลนด์ เวียดนาม อินโดนิเซีย ที่มีศักยภาพอยู่แล้ว เป็นต้น จึงอยากให้พลเอกประยุทธ์ ได้เข้าใจให้ถูกต้อง อย่าได้นำมาโม้ในเรื่องที่ตัวเองอาจจะยังไม่เข้าใจ อีกทั้งอันดับความสามารถแข่งขันของไทยกลับลดลง

การจะพัฒนาได้ตามศักยภาพต้องอยู่ที่วิสัยทัศน์ของผู้นำและการบริหาร รวมถึงการใช้งบประมาณด้วย ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก เพราะจากงบประมาณที่ผ่านมา 5 ปี และงบประมาณในปีหน้ารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้กับความมั่นคงเป็นจำนวนมาก ทั้งๆ ที่ไทยยังไม่ได้มีศัตรูเลย ซึ่งศัตรูที่แท้จริง คือ ความยากจน ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข แต่งบที่ใช้สำหรับพัฒนาเศรษฐกิจ ก็ยังถูกนำมาแจกอย่างอีลุ่ยฉุยแฉก ไม่ได้ใช้เพื่อพัฒนาเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้แก่ประเทศ งบกลางปีที่แล้ว 4.68 แสนล้านบาท ถูกใช้อย่างไม่มีการตรวจสอบ และงบกลางปีนี้จะมีอีกถึง 5.18 แสนล้านบาท ซึ่งไม่แน่ใจว่า จะนำไปใช้ด้านใดบ้าง เหมือนตีเช็คเปล่าให้กับคนที่ใช้เงินไม่เป็น เพราะถ้าใช้เงินเป็น ประชาชนคงไม่เดือดร้อนขนาดนี้ ถึงขนาดที่มีข่าวการฆ่าตัวตายรายวันเพราะพิษเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังจะมีการแถ ที่จะให้ รมต.ที่เป็น ส.ส. มาโหวต รับงบประมาณได้ ทั้งๆ ที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนโดยตรง เพราะเท่ากับเป็นการอนุมัติเงินให้กับกระทรวงที่ตัวเองกำกับ ซึ่งไม่น่าจะทำได้

อดีตรมว.พลังงาน กล่าวอีกว่า ความจริง คือ ถ้ารัฐบาลยังสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นไม่ได้ รัฐบาลก็ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ ประชาชนก็จะยิ่งลำบากและอดอยากมากขึ้น โดยล่าสุด บีบีซี ได้แปลคำตัดสินคดีจากออสเตรเลียของนายธรรมนัส ซึ่งมีข้อมูลชัดเจนถึงความผิด และการจำคุก แต่พลเอกประยุทธ์ก็ยังนิ่งเฉย

นอกจากนี้ นายสุนัย ผาสุก ของฮิวแมนไรต์วอทช์ ได้เปิดเผยว่า มีการคุมตัวผู้สื่อข่าวต่างประเทศกว่า 5 ชม. ขู่เนรเทศและไม่รับรองความปลอดภัย หากไม่หยุดเสนอข่าวผู้เห็นต่างกับรัฐบาล และการดำเนินคดีกับ 7 พรรคฝ่ายค้าน อีกทั้ง การดำเนินคดีเฟกนิวส์ แต่กลับไม่จับ "เสธ.ไก่อู" ทั้งๆ ที่มีหลักฐานชัดเจน และมีพยานเป็นถึงรองอธิบดี ในเรื่องใช้สื่อรัฐกระจายเฟกนิวส์ และเรื่องคอร์รัปชัน นอกจากนี้ รมว. คลังที่มีปัญหาการปล่อยกู้ธนาคารรัฐไม่มีแนวคิดอื่น นอกจาก"ชิมช้อปใช้" ซึ่งเป็นวงเงินน้อยมาก แทบไม่มีผลต่อจีดีพีเลย แต่ดูเหมือนจะไม่รู้ตัว เพราะอาจจะคำนวณไม่เป็นเพราะเพิ่งบอกว่า จีดีพีจะโตได้ 3.5% แน่ แต่ต่อมากลับคำบอกไม่แน่ใจจะถึง 3% ไหม ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ยิ่งทำลายความมั่นใจ

"ถ้ารัฐบาลยังสับสน ยังไม่มีหลักในการบริหารเศรษฐกิจ และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจก็ไม่รู้เรื่อง ปล่อยทำกันไปแบบไร้ทิศทาง เศรษฐกิจไทยจะยิ่งเสื่อมลงเรื่อยๆ และประชาชนจะทนกันไม่ไหวแน่ จึงอยากให้พลเอกประยุทธ์ได้ตั้งหลักให้ดี ถ้ารู้ตัวแล้วว่าบริหารเศรษฐกิจไม่ไหวก็อย่าฝืนและควรเร่งลาออกไป เพื่อให้คนที่มีความรู้ความสามารถมาบริหารเศรษฐกิจแทน ประชาชนจะได้มีความหวังบ้าง" นายพิชัย กล่าว... 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชิมช้อปใช้เฟกนิวส์พิชัย นริพทะพันธุ์ลาออกหัวหน้าทีมเศรษฐกิจประยุทธ์ จันทร์โอชาบิ๊กตู่ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้