ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เปิดปฏิบัติการ “ทีมวิกฤติสุขภาพจิต” แก้ปมฝังลึก “โศกนาฏกรรมโคราช”

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์11 ก.พ. 2563 05:02 น.
    SHARE

    เยียวยาบาดแผลทางใจ คลั่ง! กราดยิงสนั่นเมืองโคราช

    โศกนาฏกรรมเพียงชั่วข้ามคืน ที่สร้างความหวาดผวาและบาดแผลฝังลึก ทั้งสภาพทางร่างกายและจิตใจต่อสังคมไทย จากเหตุการณ์ ความอุกอาจและเหิมเกริมที่ไม่ต่างจากความบ้าคลั่ง บุกกราดยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์ใจกลางเมืองโคราช ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 8 ก.พ.และต่อเนื่องข้ามคืนจนถึงเช้าวันที่ 9 ก.พ.2563 ส่งผลให้ 30 ชีวิตต้องสังเวยความโหดเหี้ยม พร้อม 1 ชีวิตของผู้ก่อเหตุก็ต้องจบลงเช่นกันขณะที่มีผู้บาดเจ็บถึง 58 คน ข้อมูลเมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 9 ก.พ.2563

    แน่นอนเมื่อเกิดความสูญเสียใหญ่ๆขึ้นครั้งใด นอกเหนือจากการรักษาอาการทางร่างกายแล้ว การเยียวยาสภาพทางจิตใจก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน

    และนั่นคือที่มาของ ทีมวิกฤติสุขภาพจิต หรือ ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤติ (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team; MCATT) ซึ่งเป็นทีมสหวิชาชีพ ประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักจิตวิทยาคลินิก/นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ นักวิชาการสาธารณสุข ผู้รับผิดชอบงานด้านสุขภาพจิตและผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นด่านหน้าที่จะให้การช่วยเหลือทางด้านจิตใจกับผู้ประสบภาวะวิกฤติต่างๆทั้งวิกฤติจากภัยทางสังคม วาตภัย ภัยแล้ง ภาวะสุขภาพ ภัยพิบัติ อุบัติเหตุหมู่ โดยกลุ่มเหล่านี้หากไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง ก็จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตตามมาได้ เช่น ภาวะเครียดภายหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ตื่นตระหนก ซึ่งอาจมีผลพวงถึงภาวะซึมเศร้า เป็นต้น

    นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต เล่าถึง ทีมวิกฤติสุขภาพจิต ที่ส่งลงไปดูแลจิตใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา ว่า ในอดีตการจะลงพื้นที่จะเป็นภายหลังจากที่เกิดเหตุ 2-3 วัน แต่ทีมวิกฤติสุขภาพจิต ซึ่งตั้งขึ้นในช่วงที่เกิดสึนามิได้บทเรียนจากครั้งนั้นว่าเราควรเข้าไปเยียวยาสภาพจิตใจและให้การรักษาโดยเร็วที่สุด เพราะจะช่วยให้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบต่างๆ ไม่เกิดปัญหาด้านสภาพจิตใจในระยะยาว ซึ่งก็ตรงกับข้อมูลของต่างประเทศด้วย สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้มีการส่งทีมจากส่วนกลางลงไปร่วมกับทีมภูมิภาคซึ่งกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการอบรมทีมไว้ทั่วประเทศ ประกอบด้วย ทีมจากโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ ศูนย์สุขภาพจิตที่ 9 โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาร่วมบูรณาการกับทีม MCATT ในพื้นที่

    “การทำงานจะแบ่งหน้าที่เป็น 3 ส่วน คือ สนับสนุนด้านวิชาการ เป็นที่ปรึกษาในการดำเนิน งาน และลงพื้นที่ เพื่อปฏิบัติงาน ซึ่งหากมีผู้ได้รับผลกระทบมากขึ้น กรมสุขภาพจิตยังได้ทำการเตรียมทีม MCATT สำรองสำหรับการดูแลผู้ป่วยทั่วไปอีก 8 ทีม และดูแลเด็กและเยาวชน 3 ทีม หากมีอาการ รุนแรงก็อาจมีการให้ยา เช่น ในรายที่มีอาการตระหนก วิตกกังวล นอนไม่หลับ โดยเฉพาะการดูแลในกลุ่มเด็กเพราะเคยมีข้อมูลในต่างประเทศระบุว่าหากเด็กได้รับความรุนแรงทางจิตใจและไม่ได้รับการเยียวยาในระยะยาวหรือเมื่อเป็นผู้ใหญ่จะทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้ ซึ่งที่ผ่านมาไทยมีการดูแลเยียวยาอย่างรวดเร็วทำให้เกิดบาดแผลทางจิตใจน้อยลง” อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยถึงผลดีของการดูแลประชาชนอย่างรวดเร็ว

    นพ.เกียรติภูมิ ยังขยายภาพถึงแผนการเยียวยาสภาพจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ ว่า มีการวางแผนเยียวยาจิตใจ 4 ระยะ ได้แก่ 1.ระยะฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงแรก ซึ่งประชาชนที่ได้รับผลกระทบอาจเกิดภาวะเครียด วิตกกังวล สับสน มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงอย่างรวด เร็ว ทีม MCATT ก็จะเข้าไปประเมินประชาชน คัดกรองและให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับความสูญเสียโดยตรง 2.ระยะสั้น 2 สัปดาห์แรก ผู้ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม อาจเริ่มมีปัญหาด้านสุขภาพจิต เช่น เบื่อหน่าย ซึมเศร้า ท้อแท้ ไม่สามารถปรับตัวได้ ประชาชนอาจมีความวิตกกังวลในการกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ทีม MCATT ก็จะมีการบำบัดรักษาในรายที่จำเป็น โดยเริ่มทำกิจกรรมต่างๆกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย เกิดพลังใจทางบวก และติดตามผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง 3.ระยะกลาง 6 เดือน ในกลุ่มที่ยังมีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตอยู่จะทำการติดตามต่อเนื่องทุกเดือน เพื่อติดตามปัญหาด้านสุขภาพจิตที่อาจเกิดตามมาในภายหลังได้ เช่น โรคเครียดหลังเหตุการณ์ สะเทือนใจ และ 4.ระยะยาว จะยังคงติดตามเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมไปถึงครอบครัวของผู้ได้รับบาดเจ็บและสูญเสีย ให้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติที่สุด

    นพ.เกียรติภูมิ กล่าวด้วยว่า สำหรับแนวทางการดูแลตัวเองและคนใกล้ชิดมี 6 แนวทาง ได้แก่ 1.ดูแลสุขภาพกายและใจของตัวเอง เพื่อเตรียมการดูแลจิตใจคนรอบข้าง 2.ให้ความสำคัญกับอารมณ์ของตัวเอง 3.สังเกตการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์และความรู้สึกตัวเอง 4.หลีกเลี่ยงการรับข่าวที่มากเกินไป เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะเครียด 5.พยายามติดต่อกับเพื่อนและครอบครัว และ 6.เพิ่มการพูดคุยและติดต่อกับผู้อื่น เพื่อระบายความรู้สึก

    ทีมข่าวสาธารณสุข มองว่าการที่กรมสุขภาพจิต ส่ง ทีมวิกฤติสุขภาพจิต หรือ MCATT ลงไปเยียวยารักษาผู้ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างรวดเร็ว น่าจะเป็น ตัวช่วยสำคัญเพราะถือเป็นที่พึ่งทั้งทางร่างกายและจิตใจที่ดีที่สุด ในการช่วยเยียวยาบาดแผลทางจิตใจให้ทุเลาลงโดยเร็ว

    แต่สิ่งหนึ่งที่เราอยากขอฝากคือ การจัดการดูแลเยียวยารักษาต้องมีความต่อเนื่อง จริงจัง และจริงใจ เพราะหากระดมทำกันเฉพาะช่วงที่เกิดเหตุการณ์ช่วงแรกๆ แล้วที่สุดกลับทิ้งไว้กลางทางไม่มีการดูแลอย่างต่อเนื่อง

    อาจส่งผลร้ายชนิดที่เกินจะคาดคิด เพราะบาดแผลที่ฝังลึกในจิตใจ แต่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่อาจรุนแรงและเลวร้ายถึงขั้นสังเวยชีวิตทีเดียว.

    ทีมข่าวสาธารณสุข

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    กราดยิงโคราชจักรพันธ์ ถมมาวิสามัญ คนร้ายกราดยิงโคราชการเยียวยาจิตใจทีมวิกฤติสุขภาพจิตผู้ประสบภาวะวิกฤติ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้