ส่งผู้ป่วยโควิด-19 กลับภูมิลำเนา เกือบแสนคน จับตา 2 อาทิตย์ พีกสูงสุด

ข่าว

ส่งผู้ป่วยโควิด-19 กลับภูมิลำเนา เกือบแสนคน จับตา 2 อาทิตย์ พีกสูงสุด

ไทยรัฐออนไลน์

5 ส.ค. 2564 15:04 น.

สาธารณสุข แจง ขั้นตอนส่งกลับผู้ป่วยโควิด-19 กลับภูมิลำเนา เผย ส่งกลับไปแล้วเกือบ 1 แสนคน จับตา คาดอีก 2 อาทิตย์-1 เดือน พีกสูงสุด ของผู้ป่วยที่ถูกส่งกลับบ้านต่างจังหวัด ยังเป็นห่วง เตียงผู้ป่วยสีแดงไม่พอ ยันค่ารักษาพยาบาลฟรี 

วันที่ 5 ส.ค.64 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงประเด็นการบริหารจัดการนำผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลับไปรักษาที่ภูมิลำเนา จากการรวบรวมข้อมูลจนถึงเมื่อวาน (4 ส.ค.) ว่า 12 เขตสุขภาพที่มีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา มีผู้ติดเชื้อ 94,664 คน โดยกว่าครึ่งหนึ่งอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน

นพ.ธงชัย กล่าวต่อว่า เริ่มต้นตอนแรกผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนามีทั้งที่แจ้ง จนท.ก่อนกลับ และผู้ที่ไม่ได้แจ้งการเดินทางกลับภูมิลำเนา เมื่อทางจังหวัดเห็นว่ามีประชาชนเดินทางกลับมา จึงเริ่มมีการกำหนดมาตรการ มีการจัดการให้คนกลับไปรักษาตัวที่บ้าน โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมีการอำนวยการกำหนดมาตรการต่างๆ จัดหารถให้ส่งกลับมารักษาตัวที่ภูมิลำเนา ยืนยันถึงวันนี้กระบวนการมาตรการต่างๆ ก็ยังมีอยู่ ดังนั้นขอเรียนพี่น้องประชาชนที่จะกลับภูมิลำเนา กรุณาติดต่อประสานงานเจ้าหน้าที่เพื่อที่จะดูแลก่อนการเดินทางกลับ ขณะที่ยอมรับว่ายังมีประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19 ประปราย บางรายไม่ได้แจ้งแล้วเดินทางกลับมาในพื้นที่ ทำให้มีความเสี่ยงไปแพร่โรคในจังหวัด

หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เน้นต่ออีกว่า ผู้ที่ต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนา มีขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1.ต้องติดต่อภูมิลำเนาของท่านเองให้ได้ก่อน แล้วจังหวัดท่านจะมีมาตรการกระบวนการของตนเอง จัดหารถมารับกลับ ส่งกลับภูมิลำเนา ดังนั้นขอให้พี่น้องประชาชนติดต่อประสานงานภูมิลำเนาก่อน โดยเมื่อท่านเดินทางมาถึงจะได้มีเจ้าหน้าที่มารอรับที่จุดนัดหมาย เพื่อดูอาการว่ารุนแรงแค่ไหน แล้วจึงประเมินก่อนส่งเข้าทำการรักษาตามอาการหนักเบา 

กลุ่มแรกผู้ป่วยสีเขียว อาการติดเชื้อน้อย ก็จะแยกไป รพ.สนาม ตอนนี้ทุกจังหวัดมี รพ.สนามกระจายอยู่ทุกจังหวัด ส่วนบางจังหวัดที่มีข้อจำกัดก็ไปทำ คอมมูนิตี้ ไอโซเลชั่น (Community Isolation) ส่วนโฮม ไอโซเลชั่น (Home Isolation) อาจมีปัญหา เพราะต้องให้เจ้าหน้าที่ประเมินว่าที่บ้านจะสามารถทำได้หรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องไปอยู่ คอมมูนิตี้ ไอโซเลชั่น ขณะผู้ป่วยบางส่วนก็อาจไปอยู่ฮอตพิเทล

ส่วนผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง ก็มีการจัดรองรับผู้มีอาการป่วยแต่ไม่รุนแรง ก็จะให้อยู่อยู่ในโรงพยาบาล

กลุ่มสุดท้าย ผู้ป่วยกลุ่มสีแดง มีอาการป่วยหนัก ตรงนี้ก็ให้ไปอยู่ในศูนย์ รพ.เพื่อดูแลและรักษาต่อไป 

อย่างไรก็ตาม นพ.ธงชัย ยอมรับ รพ.ทุกจังหวัดในตอนนี้มีภาระเพิ่มมากขึ้น นอกจากส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยทำ รพ.บุษราคัม ด้วย วันนี้ที่ รพ.บุษราคัมหน่วยดูแลผู้ป่วยหนัก แยกออกไปอีก 17 เตียง ช่วงนี้ก็หนักในพื้นที่ ทั้งดูแลคนในพื้นที่เองและดูแลคนที่กลับมาภูมิลำเนาเพื่อรักษาโควิด-19 ต่อ

ส่วนคำถาม จะกลับไปรักษาภูมิลำเนาเพิ่มเติมได้หรือไม่ นพ.ธงชัย กล่าวอีกว่า อย่างที่นำเรียน เมื่อท่านตรวจ ATK ต้องใช้มาตรการโซเชียลดิสแทนซิ่ง (social distancing) ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ และลดการสัมผัสสิ่งของ อย่างที่ย้ำ ผู้ป่วยที่จะกลับภูมิลำเนาต้องมีการโทรศัพท์ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจนก่อน เพื่อเราจะได้จัดการได้ถูกต้องว่าท่านจะเป็นผู้ป่วยในระดับใด เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อในพื้นที่จังหวัดท่าน ส่วนเรื่องประสานรถกลับบ้าน เราก็มีหน่วยงานหลายหน่วยงานให้ติดต่อ

ส่วนคำถาม สถานการณ์เตียงผู้ป่วยไม่เพียงพอ อันนี้เรามีการเตรียมวางแผนไว้ในต่างจังหวัด เรามีเตียงกว่า 1.5 แสนเตียง ถูกใช้ไปกว่า 1.4 แสนเตียง ไม่นับพื้นที่ กทม. มีเตียงว่างอีก 4 หมื่นเตียง ตอนนี้ 12 เขตสุขภาพ หากเป็นผู้ป่วยสีเขียว หาเตียงยังไม่ยาก เพราะยังสามารถทำ รพ.สนามขยายเพิ่มได้ ส่วนเตียงสีเหลืองก็อาจยากขึ้น เราใช้ รพ.ชุมชนทั่วประเทศอีก 800 กว่าแห่งรองรับ คนไข้ในละแวกนั้นก็ไปใช้ รพ.ละแวกนั้นได้เลย

ขณะเตียงผู้ป่วยสีแดง ยอมรับว่ายาก เพราะเป็นผู้ป่วยหนัก ต้องใช้อุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจ โชคดีช่วงปีที่แล้ว 2563 โควิด-19 ซาลงไปช่วงหนึ่ง รพ.หลายแห่งก็เลยมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นมา ตอนนี้อัตราครองเตียงอยู่ที่ 75% ขึ้นอยู่ว่าอยู่ในเขตสุขภาพไหน ทั้งนี้คิดว่าอีก 2 อาทิตย์-1 เดือน น่าเป็นช่วงพีกสูงสุดของคนไข้ที่ถูกส่งกลับไปภูมิลำเนา 

ส่วนคำถามว่า ถึงขณะนี้บุคลากรการแพทย์ยังมีพอเพียงกับการดูแลคนป่วย และค่ารักษาพยาบาลฟรีหรือไม่  นพ.ธงชัย ยืนยัน ค่ารักษาพยาบาลฟรีหมด เพราะเป็นนโยบายรัฐบาลในการดูแลประชาชนอยู่แล้ว รัฐบาลมีการสนับสนุนซื้ออุปกรณืต่างๆ ก็เตรียมความพร้อมไว้แล้ว

หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องบุคลากรเป็นประเด็นสำคัญ ช่วงปกติเองก็ไม่ได้มีมากอยู่แล้ว ส่วนช่วงโควิด-19 ก็ยิ่งเป็นภาระสูงขึ้น ช่วงนี้ยังรับได้ไหม ยังรับได้ แต่ก็ยอมรับว่าเหนื่อยล้า เพราะโควิดลากยาวเกือบ 2 ปีแล้ว เรามีการส่งพยาบาล 200 หมอเกือบ 100 คน เวียนกันมา ประชาชนก็เดินทางกลับภูมิลำเนาไปเกือบแสนคนแล้ว แต่ยืนยันเราทำงานเต็มที่ แล้วเราก็พยายามแปลง อย่างทันตแพทย์ ที่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ทำงานเพราะติดโควิด ก็เอามาช่วยสวอปผู้ป่วย เพื่อลดภาระบุคลากรการแพทย์

"ช่วงโควิดเป็นวิกฤติสำคัญ ขอเชิญชวนฉีดวัคซีน โดนเฉพาะกลุ่มอายุเกิน 60 มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค และหญิงตั้งครรภ์ ไม่ต้องลังเล การฉีดวัคซีนมีประโยชน์กว่า ขอให้คนกลุ่มนี้มาฉีดเลยครับ ลดการเสียชีวิตได้แน่ ฉีดซิโนแวคเข็ม 1 ฉีดแอสตราฯ เข็มที่ 2 จะสามารถป้องกันโควิดได้ดีกว่า และใช้เวลาสร้างภูมิคุ้มกันได้มากกว่า ลดเจ็บป่วยรุนแรง ลดเสียชีวิต" นพ.ธงชัย กล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19โควิดวันนี้ไฮไลต์ไวรัสโคโรน่าสถานการณ์โควิดพื้นที่สีแดงเข้มวัคซีนโควิดโควิด 19 ล่าสุดสาธารณสุขส่งผู้ป่วยโควิดกลับภูมิลำเนาผู้ป่วยโควิด-19เตียงผู้ป่วยสีแดงเตียงสีเขียวเขตสุขภาพธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันพฤหัสที่ 16 กันยายน 2564 เวลา 10:51 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์