ขนตำรวจ 2 พันนาย สกัดม็อบ เชียงใหม่ “ไล่ตู่” ฝ่ายค้านขออภิปราย 5 วัน

ข่าว

ขนตำรวจ 2 พันนาย สกัดม็อบ เชียงใหม่ “ไล่ตู่” ฝ่ายค้านขออภิปราย 5 วัน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

30 มิ.ย. 2565 05:25 น.

บันทึก

“บิ๊กตู่” ยกคณะออนทัวร์เชียงใหม่ ย้ำ เดินหน้าขับเคลื่อนประเทศ เปรียบไทยเป็นรถยนต์พา 70 ล้านคนบึ่งสู่อนาคตไปด้วยกัน หวังเป็นยานยนต์แห่งอนาคต หยอดหวานตามสเต็ปรักชาวเชียงใหม่ ระดมกำลังตำรวจ 2,120 นาย สกัดม็อบห้ามเข้าใกล้ขบวนผู้นำ กลุ่มต้านกระจายกำลังตามจุดไล่ “ประยุทธ์ ออกไป” “ชัยวุฒิ” โวมีเวลาอีก 8-9 เดือนปั่นกระแสกลับมาได้ “ธรรมนัส” ขย่มรัฐบาลอาการน่าเป็นห่วง เขย่า “บิ๊กตู่” รับผิดชอบถ้า รมต.โดนสอย ฉะบริหารห่วยแพงทั้งแผ่นดิน “สุทิน” ดักคออย่าขี้เหนียวเวลา พปชร.ถึงขั้นงัดตำราพิชัยสงครามสู้

รัฐบาลจัดคิวออนทัวร์กลบกระแสความนิยมที่ตกต่ำลงเรื่อยๆ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ นำคณะลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ติดตามนโยบายของรัฐบาล มีกลุ่มมวลชนฝ่ายสนับสนุนคอยต้อนรับ และฝ่ายเห็นต่างแสดงออกเชิงต่อต้าน ท่ามกลางการระดมกำลังตำรวจถึง 2,120 นาย คอยคุมสถานการณ์

“บิ๊กตู่” ตะลอนทัวร์เชียงใหม่

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 มิ.ย. ที่ จ.เชียงใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม นำคณะลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.เชียงใหม่ โดยนายกฯใช้รถตู้โตโยต้าอัลพาร์ด ทะเบียน 9 กด 1881 กรุงเทพมหานคร ปฏิบัติภารกิจ จุดแรกตรวจเยี่ยมโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ที่ประตูระบายน้ำแม่ตะมาน ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มาติดตามความก้าวหน้าโครงการ ทราบว่ามีปัญหาเรื่องที่ดิน ที่ป่า และบางแผนงานยังติดปัญหา ต้องดูว่าติดอะไร เพื่อเร่งรัดให้ทันเวลา หากทิ้งช้าไปจะเสียหาย ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ ขอฝากเรื่องการบริหารภาพรวม ต้องมีคำตอบว่าติดขัดตรงไหน เพื่อสั่งการแก้ไขปัญหาต่อไป ตามแผนงานต้องเสร็จปี 2570 แต่ทำอย่างไรจะให้เสร็จเร็วขึ้น จากนั้นนายกฯและคณะเดินพบปะประชาชน และกลุ่มเกษตรกรศูนย์ข้าวชุมชนที่มารอต้อนรับ พร้อมป้ายเชียร์ “รัฐบาลและชาวนาคือครอบครัวเดียวกัน ขอบคุณลุงตู่ วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่ามีกลุ่มมวลชนจัดตั้งมาถือป้ายเชียร์ “ชาวเชียงใหม่ยินดีต้อนรับ” รวมอยู่ด้วย

ย้ำพยายามขับเคลื่อนประเทศ

ต่อมาเวลา 10.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปยังวัดป่าดาราภิรมย์ พระอารามหลวง ต.แม่ริมใต้ อ.แม่ริม เข้ากราบนมัสการพระราชวิสุทธิญาณ เจ้าอาวาสวัดป่าดาราภิรมย์ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน-แม่ฮ่องสอน (ธรรมยุต) เพื่อความเป็นสิริมงคล พระราชวิสุทธิญาณให้พรและสนทนาธรรม พร้อมกันนี้นายกฯยังน้อมถวายกัปปิยภัณฑ์แด่พระครูวิบูลธรรมกิจ (บัวเกตุ ปทุมสิโร) เจ้าอาวาสวัดป่าปางกึ๊ดกิตติธรรม ต.อินทขิล อ.แม่แตง ที่พักฟื้นอาการอาพาธอยู่ที่วัดป่าดาราภิรมย์ จากนั้นกราบนมัสการพระทันตธาตุ หรือพระเขี้ยวแก้ว เยี่ยมชมปูชนียวัตถุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แล้วเดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิด FTI EXPO 2022 : SHAPING FUTURE INDUSTRIES FOR STRONGER THAILAND ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษ “ฉากทัศน์ใหม่อุตสาหกรรมไทยเพื่อความยั่งยืน” ว่า วันนี้ประเทศไทยกำลังพบกับสายลมแห่งความเปลี่ยนแปลง รัฐบาลพยายามขับเคลื่อน พบปะพูดคุยระหว่างประเทศให้มากขึ้น เพื่อปลดล็อกให้ภาคธุรกิจเดินต่อไปได้

พา 70 ล้านคนบึ่งรถยนต์ ปท.ไทย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เปรียบประเทศไทยเหมือนรถยนต์ที่พาคนกว่า 70 ล้านคน ขับเคลื่อนไปข้างหน้าบนเวทีโลก ทำอย่างไรให้เครื่องยนต์นี้เดินไปให้ได้ไม่หยุด ไม่ติดขัด ต้องเตรียมรถให้พร้อม หลายคนอาจมองทำไมยังไม่ได้รับประโยชน์ แน่นอนตนก็เจ็บปวดและเห็นใจ อะไรทำได้ก็จะทำให้ด้วยความระมัดระวัง ย้ำว่าหลายประเทศชื่นชมไทย ที่บริหารจัดการควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทูตและผู้นำหลายประเทศ รวมถึงนักลงทุนต่างมั่นใจประเทศไทย ทำอย่างไรให้ไทยและอาเซียนเป็นดินแดนแห่งความสงบสุข มีเสถียรภาพ ไม่มีสงครามความขัดแย้ง เป็นแหล่งอาหารโลก เราต้องรักษาดุลอำนาจให้ได้ พร้อมให้ความสำคัญสิทธิมนุษยชน รัฐบาลรับฟังทุกฝ่าย แต่หลายปัญหาเกี่ยวข้องกับกฎหมาย เราทำให้อยู่รอดในช่วงที่ผ่านมา ปลอดภัยจากโควิด ปลอดจากการล้มละลาย และเดินหน้าไปสู่ความพอเพียง ทุกคนมีรายได้และความยั่งยืน สำหรับการวางยุทธศาสตร์ ยืนยันไม่ใช่รักษาอำนาจไป 20 ปี แต่เพื่อเป็นแผนและกรอบการทำงาน

หวังเป็นยานยนต์แห่งอนาคต

นายกฯกล่าวต่อว่า หวังว่ารถยนต์คันนี้จะวิ่งไปข้างหน้า ไม่ถอยหลัง หรือตายอยู่กับที่ ถ้ามันต้องตาย ต้องหยุด คนบนรถต้องไปช่วยกันเข็นให้มันไปให้ได้ ยังไงก็ต้องไปให้ได้ หวังอย่างยิ่งว่ารถยนต์คันนี้จะกลายเป็นยานยนต์แห่งอนาคต พาคนไทยทุกคนเดินทางไปสู่เป้าหมายปลายทางที่มีความสุข สิ่งสำคัญที่สุดคือความรักความสามัคคี ความมีเสถียรภาพ ไม่ต้องการทะเลาะกับใคร ทำให้ทุกคนทุกจังหวัด จะรักหรือไม่รักก็ต้องทำให้ เป็นหน้าที่ เลิกกันเสียทีเถอะ สิ่งที่เราทำมาทั้งหมดจะสูญเปล่าไปเฉยๆ เราต้องการเห็นบ้านเมืองก้าวหน้า ต้องจับมือเดินหน้าไปด้วยกัน ต้องนั่งรถคันเดียวกันไป มันจะเป็นจะตายก็ต้องช่วยกันเข็น

ระดม ตร. 2,120 นายสกัดม็อบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ของนายกฯครั้งนี้ มีการจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยถึง 2,120 นาย แบ่งเป็น สภ.เมือง 230 นาย สภ.แม่ปิง 70 นาย สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ 70 นาย สภ.ช้างเผือก 250 นาย สภ.สารภี 275 นาย สภ.สันกำแพง 50 นาย สภ.แม่ริม 65 นาย สภ.แม่แตง 180 นาย สภ.สันทราย 60 นาย กลุ่มงานจราจร 160 นาย กก.สสภ.จ.เชียงใหม่ 130 นาย คฝ.ภ.จ.ลำพูน 180 นาย คฝ.ภ.จ.ลำปาง 180 นาย บก.สส.ภ.5 210 นาย EOD ตร. 10 นาย และสันติบาล 40 นาย คอยควบคุมสถานการณ์และคุมกลุ่มผู้เห็นต่างไม่ให้เข้าใกล้ขบวนนายกฯ แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้เห็นต่างกระจายกำลังไปชุมนุมต่อต้านอยู่ตามจุดต่างๆ ทั้งที่สนามบินนานาชาติ จ.เชียงใหม่ หรือที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ ก็มีผู้มาปักหลักชูป้ายข้อความ “อยู่ 8 ปี อนาคตไม่มี” “ลาออกไป อนาคตไม่มี หนี้สาธารณะ ลุงตู่ กู้ กู้ กู้” รวมถึงมีกลุ่มนักศึกษาจำนวนหนึ่งยืนถือป้าย “ประยุทธ์ ออกไป” แต่ไม่มีสถานการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น

หยอดหวานรักชาวเชียงใหม่

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์และคณะ ตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานพัฒนาทักษะการเขียนชุดคำสั่ง หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐาน (Coding) แก่เยาวชน ที่โรงเรียนวัดเวฬุวัน อ.สารภี ตามนโยบายรัฐบาล นายกฯได้เยี่ยมชมผลงานการยกระดับทักษะของครูผู้ผ่านการเรียนการสอนจริง ผลงานด้านโค้ดดิ้งของนักเรียนโรงเรียนในพื้นที่ภาคเหนือ และกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียน (Digital Bus) เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐ-เอกชน พร้อมกับสอบถามรายละเอียดด้วยความสนใจ และทดลองเขียนชุดคำสั่งร่วมกับเยาวชนและเด็กนักเรียนด้วย พร้อมกล่าวอ้อนชาวเชียงใหม่ว่า รักชาวเชียงใหม่ทุกคน ไม่เคยทิ้งเชียงใหม่ ดูได้จากงบฯที่ผ่านมาก็ให้เชียงใหม่ ยืนยันไม่ใช่ศัตรูใคร จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชมการพลิกโฉมเทศบาลด้วย Digital Transformation Municipality ของเทศบาลเมืองแม่เหียะ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ เป็นจุดสุดท้ายของการลงพื้นที่ ก่อนเดินทางกลับ กทม. ในเวลา 17.00 น.

“ชัยวุฒิ” โวมีเวลาปั่นกระแส

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ของนายกฯที่ถูกมองเป็นการลอกนโยบายพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าเรามาทำงาน รัฐบาลต้องดูแลคนไทยทั้งประเทศ มาติดตามผลงาน อย่าไปมองเป็นเรื่องการเมือง และที่วิจารณ์การจัดกิจกรรม “พลังประชารัฐ พลังเพื่อชาติไทย” เพราะคะแนนนิยมตกนั้น ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาพรรคไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมการเมือง ไม่ค่อยได้ออกพื้นที่ ถือเป็นเรื่องปกติเหลือเวลาอีก 8-9 เดือนจะครบเทอม เราต้องทำกิจกรรมการเมือง ทุกพรรคก็ทำกันอยู่ เมื่อถามว่าเวลา 8-9 เดือนที่เหลือจะตีกระแสนิยมกลับมาได้หรือไม่ นายชัยวุฒิตอบว่า เชื่อมั่นว่าสิ่งที่ทำมาทั้งในนามพรรคและในนามรัฐบาล เรามาถูกทางแล้ว เพราะเราคือตัวจริงแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้ เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจและให้การสนับสนุนพรรคต่อไป

“ธรรมนัส” ขย่ม รบ.น่าเป็นห่วง

ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลว่า เท่าที่ทำการบ้านมามองว่ารัฐมนตรีหลายคนน่าเป็นห่วงในเนื้อหาสาระ สำคัญ จะมีเหตุผลอย่างไรมาชี้แจง บางคนอาจตอบโต้ลำบากโดยเฉพาะเรื่องทุจริต บริหารราชการแผ่นดินบกพร่องจนประเทศเสียหาย และประเด็นจริยธรรม ถ้าพรรคยังสนับสนุนคนเหล่านี้เชื่อว่าสมัยหน้าประชาชนจะไม่เลือก จะกดให้ผ่านหรือไม่ผ่านอย่าฝืนความรู้สึกประชาชน และพรรคเศรษฐกิจไทยไม่ฝืนแน่นอน เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กำชับ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลอย่าแตกแถว ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลต้องสำนึกว่าเรากำลังใช้อำนาจประชาชนที่เลือกมาเป็นตัวแทน จะกลับมานั่งในสภาอีกครั้งหรือจะไม่มีโอกาสเลย เห็นหลักฐานหลายอย่างในการทุจริตของรัฐบาล หากเรายังไปสนับสนุนรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเหล่านี้ สมัยหน้าประชาชนเขาไม่เลือกเราหรอก เพราะรับไม่ได้จากพฤติกรรมของรัฐมนตรีหลายคน

บี้ “บิ๊กตู่” แสดงความรับผิดชอบ

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวอีกว่า ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้กำกับดูแลกระทรวงไหนเลย เป็นรองนายกฯคนเดียวที่ไม่มีกระทรวง หรือหน่วยงานให้ดูแล ถ้าจะเอาเรื่องเก่ามาพูด ตนไม่เห็นด้วย อย่างประเด็นการบริหารจัดการน้ำ ไม่ได้ชมเพราะผูกพันส่วนตัวกับ พล.อ.ประวิตร แต่ท่านใส่ใจเรื่องน้ำ ส่วนกรณีที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่ามีการทุจริตในกรมน้ำนั้น กรมดังกล่าวเป็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เจ้ากระทรวงต้องรับผิดชอบ ขณะที่ พล.อ.ประวิตรเป็นรองนายกฯไม่ได้กำกับดูแล ในส่วนของนายกฯยังไม่เห็นสาระในการอภิปราย แต่ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล หากรัฐมนตรีหลายรายโดนสอย หรือเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ท่านก็ต้องรับผิดชอบหากได้รับเสียงสนับสนุนในสภาฯน้อย ก็ควรต้องพิจารณาตัวเอง

ฉะบริหารห่วยแพงทั้งแผ่นดิน

เมื่อถามย้ำว่าอาจไม่ต้องรอผลโหวต แต่ควรพิจารณาตัวเองเลย ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ถ้าเป็นตนได้ที่โหล่อย่างนั้น ก็คงไป “ต้องดูว่าขณะนี้บ้านเมืองเป็นอย่างไร ถามว่าประชาชนมีความสุขหรือไม่ เดือดร้อนหรือไม่ ธุรกิจตั้งแต่ฐานรากจนถึงระดับกลางมีความสุขหรือไม่ ข้าวยากหมากแพงหรือไม่ ชาวบ้านบ่นทั้งเมือง แก๊สถังละ 400 บาท ไปหาเสียงเจอทุกหลังคาเรือนหันไปใช้เตาอั้งโล่ ไม่ใช่ทำตามนโยบายรัฐบาลแต่เขาลำบาก อาหารการกินแพง ซบเซา ไม่มีผู้จับจ่าย รัฐมนตรีอาจมองว่าทำผลงานสำเร็จ แต่ผลของการกระทำของพวกคุณ ประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า อย่านั่งในห้องแอร์แล้วมโนเองว่าบริหารบ้านเมืองสำเร็จ ทำอะไรเยอะแยะ มันไม่ใช่ มันต้องดูว่าผลของการกระทำ เกิดประโยชน์กับชาติบ้านเมืองและประชาชนหรือไม่”

“สุทิน” ดักคออย่าขี้เหนียวเวลา

นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ฝ่ายค้านเตรียมข้อมูลมาตลอดจนถึงวันนี้ยังไม่มีอะไรสะดุด คาดว่าไม่สัปดาห์นี้ก็สัปดาห์หน้าจะนัดหารือเรื่องกรอบเวลาการอภิปรายอีกครั้ง สิ่งที่ฝ่ายค้านอยากฝากไปถึงรัฐบาล คือปีหนึ่งมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจแค่ 1 ครั้ง ถ้ารัฐบาลขี้เหนียวเวลาคงมองได้ว่า 1.รัฐบาลพยายามด้อยค่าการตรวจสอบให้ไม่มีประสิทธิภาพ และ 2.รัฐบาลหวาดกลัวการอภิปราย เห็นได้จากการตั้งองครักษ์ถึง 2 ชุด แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เราทราบดีว่าถ้าอภิปรายนานเกินพอดี ไม่เป็นผลดีกับฝ่ายค้านเองเพราะชาวบ้านจะรู้สึกเบื่อ ยืนยันฝ่ายค้านยังขอเวลาอภิปราย 5 วัน และอีก
1 วันเป็นการลงมติ ถ้าไม่ได้ก็ไม่จำเป็นต้องเจรจากันอีก ให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภา คือฝ่ายค้านต้องได้อภิปรายจนครบจำนวนรัฐมนตรีที่ยื่นไป คือ 11 คน ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้

ถึงขั้นงัดตำราพิชัยสงครามสู้

ด้านนายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ หนึ่งในทีมองครักษ์ปราบมาร กล่าวว่า จะใช้ตำราพิชัยสงครามวางตัวเองเป็นทัพหน้า ทีมประชาธิปัตย์เป็นปีกซ้าย ภูมิใจไทยปีกขวา นายนิโรธ สุนทรเลขา ประธานวิปรัฐบาล เป็นทัพหลวง มีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย เป็นทัพหลัง เป้าหมายไม่ปล่อยให้ฝ่ายค้านล่วงล้ำเกินกว่าข้อบังคับกำหนด ไม่ใช่ประกาศมีหมัดเด็ด แต่เป็นหมัดแย็บ ขี่ม้าเลียบค่าย การปฏิบัติหน้าที่องครักษ์พิทักษ์รัฐบาล หากทำเป็นตัวป่วน เราก็เสียคนเอง นี่เป็นสงครามครั้งสุดท้าย ไม่ต้องการให้ฝ่ายค้านหลอกด่านายกฯแบบตีหัวเข้าบ้าน ฝากฝ่ายค้านให้หาข้อมูลเยอะๆ อย่าโม้เยอะ บอกมีข้อมูลเต็มกระเป๋า แต่เปิดมาไม่มีอะไร อายประชาชนทั้งประเทศ

ภท.บี้รัฐสางราคายางตก

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย (ภท.) แถลงว่า เกษตรกรชาวสวนยางฝาก ส.ส.มาบอก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ยางพาราราคาลดลงตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. ถึงวันนี้ประมาณ 10 บาท/กก. โดยน้ำยาง 30% ราคาเฉลี่ยประมาณ 47 บาท/กก. ยางพาราก้นถ้วย (ขี้ยาง) ลดเหลือราว 24 บาท/กก. ปัญหาที่เดือดร้อนหนักเนื่อง จากผลกระทบจากน้ำมันและสินค้าแพง กระทบค่าครองชีพ ขอให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ และการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เร่งแก้ปัญหาออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาชาวสวนยาง ดูแลกลไกตลาดว่ามีการบิดเบือนราคาน้ำยางสดหรือไม่

“ระวี” สุดมั่นคว่ำสูตรหาร 100

อีกเรื่อง นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรค พลังธรรมใหม่ กล่าวว่า กรณีนายปรีดา บุญเพลิง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ตัวแทนกลุ่มพรรคเล็ก ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค พปชร. ขอความชัดเจนเรื่องร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เรื่องคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อไปนั้น พล.อ.ประวิตรแจ้งว่าอยู่ที่กรรมาธิการฯ แต่สงครามยังไม่จบยังไม่นับศพทหาร ได้หารือกับ ส.ว.ที่รู้จักหลายคน พบว่าขณะนี้ ส.ว.กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยกับสูตรหาร 500 เพราะพิจารณาแล้วเห็นว่าสูตรหารด้วย 100 ขัดรัฐธรรมนูญ หากวันที่ 5-6 ก.ค. เป็นวาระการพิจารณาร่วมกันของรัฐสภาและเราแพ้โหวต เตรียมร่างคำร้องไว้ขอความร่วมมือให้ ส.ส.-ส.ว. เข้าชื่อยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว มั่นใจกลุ่มพรรคเล็กได้เปิดไวน์ฉลองชัยชนะแน่นอน

พท.ยืนกรานหาร 500 ขัด รธน.

นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยืนยันใช้สูตรหาร 100 ส่วนสูตรหาร 500 ของพรรคเล็ก เชื่อว่าขัดรัฐธรรมนูญ ทำให้มีปัญหาต่อการปฏิบัติ ส่วนการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะละเมิดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ทุกคะแนนมีความหมายหรือไม่นั้น ในชั้นกรรมาธิการฯ แก้ไขไม่ให้มีคะแนนขั้นต่ำเรียบร้อยแล้ว จะไม่มีคะแนนที่ถูกทิ้ง ทุกคะแนนต้องนำมาคำนวณ ไม่ว่าสูตรใดเราก็ไม่กังวล แต่ให้หาร 100 เพราะต้องการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ส่วนที่รัฐธรรมนูญยังกำหนดให้มี ส.ส.พึงมีอยู่นั้น ต้องยอมรับว่ายังมีอยู่จริง แต่ปัญหาคือจะคำนวณ ส.ส.พึงมีอย่างไร เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 91 กำหนดให้วิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต้องเป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กันโดยตรง

ฉะ บก.น.9 ละเลยบ่อนบ่อกุ้ง

เมื่อเวลา 10.20 น. ที่รัฐสภามีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมระหว่างช่วงให้ ส.ส.หารือ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้นำคลิปวิดีโอปัญหาการพนันบ่อตกกุ้งระบาดในพื้นที่กองบังคับการตำรวจ นครบาล 9 (บก.น.9) มาเปิด นายณัฐชากล่าวว่า ขณะนี้มีการจับบ่อนจำนวนมาก แต่ดูเหมือนปาหี่จับบูชายัญแค่ช่วงฤดูกาลโยกย้ายเท่านั้น อยากให้ ผบ.ตร.ไปดูในพื้นที่ บก.น.9 บ่อตกกุ้งพนันชั่งน้ำหนักกุ้งได้เสียกันวันหนึ่งร่วมล้านบาท แทงเลขน้ำหนักเป็นเลขคู่-คี่พนันกันชัดเจน ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่รู้คงเป็นไปไม่ได้เผลอๆเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ก็เข้าไปร่วมด้วย ตอนนี้มันไปไกลถึงบ่อตกกุ้ง ถึงร้านอาหารกันแล้ว ปล่อยปละละเลยขนาดนี้ได้อย่างไร

เผย “ชวน” ฟื้นไข้แล้วไม่ติดโควิด

นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า อาการป่วยของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เข้าแอดมิต รพ.รามาธิบดี แพทย์ตรวจแล้วไม่พบเชื้อโควิด-19 แต่ยังให้พักรักษาตัวอีกระยะ อาการล่าสุดไม่มีไข้หนาวสั่นแล้ว ความดันเลือดค่าออกซิเจนในเลือดปกติดี สีหน้าสดใส คณะแพทย์เจ้าของไข้ยังวินิจฉัยหาสาเหตุอยู่ว่าเกิดจากเชื้ออะไร นายชวนห่วงงานสภาฯ แต่เรื่องการประชุมจัดสรรเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของวิป 3 ฝ่ายนั้น มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯดูแลอยู่

จี้ราชทัณฑ์คืนสิทธิผู้ต้องขัง

วันเดียวกันที่รัฐสภา กลุ่มเยี่ยมเพื่อนในเรือนจำ นำโดย น.ส.ณัฎฐธิดา มีวังปลา หรือแหวน อดีตผู้ต้องขังและผู้ต้องหาในคดีปาระเบิดหน้าศาลอาญา นางปุณิกา ชูศรี หรืออร อดีตผู้ต้องขัง และ น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือตี้ พะเยา แกนนำกลุ่มราษฎร เข้ายื่นหนังสือต่อนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตรวจสอบความไม่โปร่งใสของกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม กรณีมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นในเรือนจำ ภายหลังมีนักกิจกรรมพยายามฆ่าตัวตาย พร้อมเรียกร้องให้คืนสิทธิการประกันตัวให้ผู้ต้องขัง นางอมรัตน์กล่าวว่า จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม กมธ. เนื่องจากเหตุการณ์ทำร้ายตัวเองของนักกิจกรรมทางการเมือง มีลักษณะปิดข่าวจากกรมราชทัณฑ์ เหตุเกิดตั้งแต่วันศุกร์ แต่โลกภายนอกกว่าจะรู้เรื่องคือวันจันทร์

กมธ. รับเรื่องสอบละเมิดสิทธิ

นางอมรัตน์กล่าวว่า ขอให้กรมราชทัณฑ์และกระบวนการยุติธรรม ทบทวนแนวทางเรื่องการกำหนดคนเข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง เรื่องนี้อยู่ในดุลพินิจของอธิบดีกรมราชทัณฑ์สามารถทำได้ แต่ที่ผ่านมามีการใช้ข้ออ้างเรื่องโควิดจำกัดการเข้าเยี่ยม ตอนนี้สถานการณ์คลี่คลาย และกำลังกลายเป็นโรคประจำถิ่น กฎเกณฑ์จึงควรผ่อนคลายได้ อย่าให้โลกประณามไปมากกว่านี้ ว่าประเทศไทยมีการนำกฎหมายอาญามาตรา 112 และระเบียบเรือนจำมาใช้เพื่อเป็นเครื่องมือจัดการนักกิจกรรมทางการเมืองและผู้เห็นต่าง “สภาแห่งนี้เป็นสภาของประชาชน ทุกคนต้องเข้ามาใช้ได้ และควรใช้พื้นที่แห่งนี้พูดคุยกัน ไม่ใช่พอมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในสังคมแล้ว ต้องเรียกเข้าไปคุยในกระทรวงกลาโหม ประเด็นที่จะนำเข้าไปใน กมธ. คือเรื่องสิทธิในการเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังที่ถูกจำกัด เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างร้ายแรง เป็นการทำให้ผู้ต้องขังที่ยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่เกิดความเครียดและทำร้ายตัวเองหรือไม่ ต้องมีการตรวจสอบในเรื่องนี้”

อ่านเพิ่มเติม...

วิดีโอแนะนำ

ฝ่ายค้านยื่นตีความบิ๊กตู่ "นายกฯ 8 ปี"
13:32

ฝ่ายค้านยื่นตีความบิ๊กตู่ "นายกฯ 8 ปี"

ApplicationMy Thairath

วันพฤหัสที่ 18 สิงหาคม 2565 เวลา 14:15 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์