ในหลวงจะไม่มีวันทิ้งคนไทย

ข่าว

ในหลวงจะไม่มีวันทิ้งคนไทย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

28 ก.ค. 2564 05:15 น.

“...ในหลวงจะไม่มีวันทิ้งคนไทย พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์จะทำทุกอย่างเพื่อคนไทย”...จากวันนั้นจนวันนี้เสียงยังดังกึกก้องไปทั่วทั้งแผ่นดิน ดุจคำมั่นสัญญาที่ “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” ทรงให้ไว้กับประชาชนชาวไทยทุกคน เพราะเราทุกคนคือคนไทยเหมือนกัน

เป็นที่ทราบกันดีว่า “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” ทรงห่วงใยในสุขภาพและพลานามัยของพสกนิกรชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง โดยหนึ่งในพระราชภารกิจเร่งด่วนคือ พระราชทานพระบรมราโชบายในการดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย พร้อมติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง เพื่อจะได้พระราชทานความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีแก่บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสติดเชื้อไวรัสร้าย

ด้วยทรงคาดการณ์ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะไม่จบลงในเร็ววัน จึงได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์รวมแล้วกว่า 1,100 ล้านบาท เพื่อใช้จัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ สำหรับรองรับสถานการณ์วิกฤติในอนาคต

ตั้งแต่การแพร่ระบาดระลอกแรก เมื่อต้นปี 2563 ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 10 ได้พระราชทานพระบรมราโชบายให้เร่งจัดหา “เครื่องช่วยหายใจ” อย่างทั่วถึง ภายใต้ “โครงการเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือแพทย์พระราชทาน” โดยโปรดให้ประสานความร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตจากสหรัฐอเมริกาและเยอรมนี ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวเครื่องช่วยหายใจกำลังขาดแคลนอย่างหนัก และเป็นที่ต้องการอย่างมากของชาวโลก จนถึงขณะนี้ได้พระราชทานเครื่องช่วยหายใจไปแล้ว จำนวน 488 เครื่อง คิดเป็นมูลค่า 195 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ยังมีพระราชดำริให้สร้างห้องตรวจหาเชื้อแบบเหมาะสมกับพื้นที่ โดยโปรดให้บริษัทเอสซีจีดำเนินการสร้าง “ห้องตรวจหาเชื้อพระราชทาน Modular Swab Unit” ให้แก่โรงพยาบาล 20 แห่งทั่วประเทศ คิดเป็นมูลค่า 49.8 ล้านบาท เพื่อเสริมความพร้อมหากมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่

อีกทั้งยังพระราชทาน “รถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย” จำนวน 36 คัน มูลค่า 27 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 แบบเชิงรุก จนถึงขณะนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจเชิงรุกให้กับประชาชนไปแล้ว 630,000 คน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการค้นหาผู้ป่วย ณ จุดที่มีการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วทันท่วงที ด้านเจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างที่อยู่ประจำรถก็มีความปลอดภัยในการทำงาน นอกจากนี้ ได้พระราชทาน “รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ” จำนวน 5 คัน มูลค่า 35.7 ล้านบาท สำหรับใช้งานคู่กับ “รถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย” เปรียบเสมือนห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ พร้อมติดตั้งเครื่องมือที่จำเป็นไว้ภายในรถ ด้วยสมรรถนะที่ถูกออกแบบเป็นพิเศษ ทำให้ทราบผลของการติดเชื้อได้อย่างรวดเร็ว ภายในเวลา 3 ชั่วโมง สามารถตรวจได้ 800-1,000 ตัวอย่างต่อวัน ช่วยค้นหาผู้ติดเชื้อได้อย่างทันท่วงที

พร้อมกันนี้ ยังพระราชทาน “รถ X-ray Digital mobile” จำนวน 2 คัน รวมมูลค่า 63 ล้านบาท เป็นรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัลคันแรกในประเทศไทย ที่มีระบบ AI สามารถส่งข้อมูลของผู้ป่วย ผ่านสัญญาณ 5G เพื่อให้แพทย์ทำการวิเคราะห์อาการของผู้ป่วยด้วยจอมอนิเตอร์ ช่วยลดการสูญเสียผู้ป่วยที่ติดเชื้อลงปอดได้อย่างมีนัยสำคัญ ไม่เพียงเท่านี้ ได้พระราชทาน “เครื่องเอกซเรย์แบบเคลื่อนที่” จำนวน 30 เครื่อง เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของโรงพยาบาลสนาม อีกทั้งพระราชทาน “ห้องความดันลบ” จำนวน 2 ห้อง ให้โรงพยาบาลทหารอากาศ (สีกัน) กับโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และพระราชทาน “ห้องความดันลบแบบเคลื่อนที่” จำนวน 10 ห้อง ให้แก่โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน คิดเป็นมูลค่ารวม 14 ล้านบาท ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับใช้แยกผู้ป่วยติดเชื้อ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคจากในห้องสู่บริเวณภายนอก โดยห้องความดันลบเคลื่อนที่สามารถนำไปใช้ในโรงพยาบาลสนามได้ด้วย เพื่อรับสถานการณ์คนไข้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการหนัก

“พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” ยังพระราชทาน “ชุดป้องกันเชื้อโรค PPE” จำนวน 704,000 ชุด รวมมูลค่า 96 ล้านบาท เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ได้สวมใส่ป้องกันตนเองขณะปฏิบัติงานดูแลคนไข้โควิด-19 พร้อมพระราชทาน “ชุดป้องกันเชื้อโรค PAPR” จำนวน 624 ชุด มูลค่า 27.6 ล้านบาท เพื่อป้องกันบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานในห้องผ่าตัดและห้องไอซียู

สายธารแห่งพระเมตตายังหลั่งไหลไม่หยุด เมื่อได้พระราชทาน “รถพยาบาลกู้ชีพฉุกเฉิน” จำนวน 8 คัน เพื่อใช้ในการกู้ชีพช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในพื้นที่ทุรกันดารที่เข้าถึงได้ยาก ภายในรถติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารระบบ 4G ทำให้สามารถส่งข้อมูลให้แพทย์ทำการวิเคราะห์ได้อย่างทันท่วงที ระหว่างเคลื่อนย้ายผู้ป่วยนำส่งโรงพยาบาล โดยตลอด 1 ปีที่ผ่านมา “รถพยาบาลกู้ชีพฉุกเฉิน” สามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุไปแล้ว 500 ราย

ด้วยทรงเล็งเห็นว่าการแพร่ระบาดในพื้นที่เรือนจำอาจจะยับยั้งได้ยาก ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 10 จึงได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ให้กับกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ผ่าน “โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” เป็นมูลค่า 243.8 ล้านบาท สำหรับนำไปป้องกันและแก้ไขปัญหา เพื่อยับยั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดในเรือนจำทั่วประเทศ อีกทั้งเพิ่มศักยภาพในการรักษาผู้ต้องขังให้กับโรงพยาบาลในสังกัดกรมราชทัณฑ์

ด้วยทรงทราบถึงความทุกข์ร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงมีพระราชดำริให้จัดทำ “ถุงยังชีพพระราชทาน” โดยพระราชทานไปแล้วกว่า 188,266 ถุง ใน 659 ชุมชน รวมกว่า 130,000 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด คิดเป็นมูลค่า 227.4 ล้านบาท

สำหรับ “โรงครัวพระราชทาน” เกิดขึ้นจากความห่วงใยในสุขอนามัยของประชาชน โปรดให้มีการจัดตั้งโรงครัวพระราชทานขึ้น โดยมุ่งเน้นอาหารปรุงสุกสะอาดสดใหม่ และคำนึงถึงหลักโภชนาการครบ 5 หมู่ ที่สำคัญจะต้องมีส่วนประกอบของสมุนไพรไทย ที่ช่วยบำรุงร่างกายและต่อต้านโควิด-19 เพื่อนำไปแจกจ่ายให้บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนในพื้นที่เสี่ยงที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสร้าย

ด้วยทรงห่วงใยในสุขภาพพลานามัยของประชาชนชาวไทย และเล็งเห็นถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับประชาชนหลากหลายอาชีพ “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” ได้พระราชทาน “โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ ต้านภัยโควิด-19” และโปรดเกล้าฯให้ใช้พื้นที่โครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จำนวน 30 ฟาร์ม ในพื้นที่ 17 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเป็นแหล่งสร้างอาหารที่ปลอดภัย แหล่งสร้างรายได้ และแหล่งสร้างอาชีพที่ยั่งยืน ช่วยแก้ปัญหาให้แก่ผู้ตกงานในยามที่ต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ใหญ่ โดยโปรดเกล้าฯให้น้อมนำความรู้ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน เพื่อช่วยจ้างงานสร้างอาชีพให้ประชาชนในยามวิกฤติ

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงเตรียมความพร้อมให้แก่ประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึง จึงช่วยให้ผู้ป่วยโควิด-19 มีอัตราการรอดชีวิตสูงขึ้น และเสริมสร้างระบบสาธารณสุขไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นับเป็นสายธารแห่งพระเมตตาอันยิ่งใหญ่ ที่ทรงห่วงใยในทุกข์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2564 ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน.

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ในหลวงในหลวง ร.10พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชภารกิจเครื่องช่วยหายใจรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยวันเฉลิมพระชนมพรรษา
thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันพฤหัสที่ 16 กันยายน 2564 เวลา 10:59 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์