ฉีดวัคซีนโควิด 5-6 เข็ม เกินความจำเป็น ระวังร่างกาย ไม่รับวัคซีนสูตรใหม่

ข่าว

ฉีดวัคซีนโควิด 5-6 เข็ม เกินความจำเป็น ระวังร่างกาย ไม่รับวัคซีนสูตรใหม่

ไทยรัฐออนไลน์

29 มิ.ย. 2565 19:59 น.

บันทึก

หลายคนยังคงเข้าใจผิด เชื่อว่าการฉีดวัคซีนโควิด จะช่วยป้องกันการติดเชื้อ แต่ความจริงแล้วช่วยให้ผู้ติดเชื้อมีอาการไม่รุนแรง จากการออกมายืนยันซ้ำๆ ของผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย กระทั่งกรณีของ ”อนุทิน ชาญวีรกุล” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีคนเกิดข้อสงสัยฉีดวัคซีนโควิดมากถึง 6 เข็ม แต่ทำไมติดโควิด

เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง “ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือไบโอเทค ในฐานะนักไวรัสวิทยา อธิบายว่า วัคซีนโควิดที่ฉีดกันทุกวัน เพื่อป้องกันอาการหนัก เพราะภูมิคุ้มกันจากวัคซีนมีประสิทธิภาพเพียงพอ ในการป้องกันไวรัสไม่ให้เข้าไปทำลายปอด ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ ไม่ให้มีการติดเชื้อ

แต่สิ่งที่พูดกันหลายรอบว่าวัคซีนโควิด ช่วยป้องกันการติดเชื้อนั้น เกิดจากภูมิคุ้มกันในการติดเชื้อไวรัสบริเวณจมูก จากการสูดลมหายใจที่ไม่ดี หรืออากาศที่มีการเจือปนของไวรัสเข้าสู่ร่างกาย หากภูมิคุ้มกันไม่ไปยังตำแหน่งนั้น ก็มีโอกาสที่จะติดเชื้อได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการฉีดวัคซีน ไม่ว่าจะเป็น 3 เข็ม 4 เข็ม 5 เข็ม หรือ 6 เข็ม ซึ่งภูมิคุ้มกันบริเวณทางเดินหายใจ ไม่ได้ไปถึงจุดนั้น ทำให้วัคซีนในปัจจุบัน ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้

“การใส่หน้ากากอนามัยเท่านั้น เป็นวิธีการป้องกันเชื้อไวรัสไม่ให้เข้าสู่ทางเดินหายใจ และสรุปว่าวัคซีนป้องกันไม่ให้เกิดอาการของโรคที่รุนแรง ส่วนการป้องการไม่ให้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย คือการใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งน่าจะมีประสิทธิภาพดีกว่าวัคซีน”

อย่าตื่นสายพันธุ์ใหม่ ฉีดวัคซีน 5-6 เข็ม ไร้ประโยชน์

ประเด็นการฉีดวัคซีนควรจะกี่เข็ม จากข้อมูลเชิงการวิจัยในการจะรับมือสายพันธุ์โอมิครอนนั้น ซึ่งในประเด็นนี้มีการถกเถียงกันในวงการวิจัยกันอย่างมาก โดยส่วนหนึ่งคิดว่าแม้วัคซีนในปัจจุบัน ไม่ตรงกับสายพันธุ์ที่มีการเปลี่ยนแปลง แต่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันการติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนล่าง คือปอด ได้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นกลุ่มเสี่ยง 608 ซึ่งภูมิตกไว หรือภูมิขึ้นไม่มาก ภายหลังการฉีดวัคซีนแล้ว ยังมีความเสี่ยงจะเกิดอาการรุนแรง

“ส่วนตัวคิดว่าการใช้วัคซีนเข็มกระตุ้น มีประโยชน์ในแต่ละกลุ่มคนไม่เท่ากัน โดยปกติแล้วคนมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว และอายุไม่มาก คิดว่า 3 เข็ม ยังมีภูมิคุ้มกันที่ยังมากสูงพอ ในระดับป้องกันการติดเชื้อรุนแรงได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 4 เข็ม 5 หรือเข็ม 6 ขณะเดียวกันปู่ย่าตายาย คนที่มีอายุมาก ภูมิคุ้มกันไม่ค่อยดี ความเสี่ยงในการติดเชื้อก็จะสูงขึ้น เพราะฉะนั้นวัคซีนเข็มกระตุ้น มีความสำคัญในประชากรกลุ่มนั้น ไม่ได้พูดในภาพรวมว่าประชากรทุกคนต้องไปฉีดเข็ม 4 เข็ม 5 เข็ม 6 แต่มองว่าคนที่มีความเสี่ยง ต้องประเมินได้ว่าเรามีความเสี่ยง ก็ควรได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น”

หากขณะนี้ทุกคนเห็นว่ามีโควิดสายพันธุ์ใหม่เข้ามา ได้สร้างความตื่นเต้น ทำให้จะไปฉีดวัคซีนกระตุ้น เพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันในการป้องกันสายพันธุ์ใหม่ โดยเฉพาะ BA.4 BA.5 ซึ่งเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ จนสามารถหนีภูมิคุ้มกันได้ดีมาก ทำให้ไม่แปลกใจว่าคนที่ฉีด 4 เข็ม 5 เข็ม หรือ 6 เข็ม ก็ยังติดเชื้อได้อยู่ โดยมีอาการปกติ เจ็บคอ ไอ เหมือนกับว่าไม่ได้ฉีดวัคซีนมาก่อน ทำให้ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไร

การป้องกันเชื้อที่ดีกว่า ต้องสวมหน้ากากอนามัย ต้องดูว่าวัคซีนช่วยอะไรกับเรา และการเข้าใจผิดว่าวัคซีนจะช่วยป้องกันการติดเชื้อ แล้วไปฉีดวัคซีนหลายๆ เข็ม เพราะผลเสียของวัคซีนมีอยู่ และวัคซีนปัจจุบันยังเป็นวัคซีนสูตรเก่า พัฒนามาจากสายพันธุ์ดั้งเดิมอยู่ และข้อมูลตรงนี้ค่อนข้างชัดแล้วว่า คนที่ได้รับภูมิคุ้มกันมาจากสายพันธุ์ดั้งเดิมมาต่อเนื่อง และซ้ำๆ กันแบบไม่จำเป็น ซึ่งพูดเช่นนี้ เพราะเราไม่จำเป็นต้องไปรับวัคซีนบ่อยเกินไป

ฉีดสูตรเก่าซ้ำๆ ร่างกายจำ ไม่รับวัคซีนสูตรใหม่

อีกทั้งเมื่อร่างกายของเรา มีความจำกับสิ่งที่ได้รับไปอย่างต่อเนื่อง และมากขึ้น จนมาถึงเวลาหรือจุดที่เราต้องไปรับวัคซีนสูตรใหม่ ซึ่งจะออกมาปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า ทำให้ร่างกายจะไม่พร้อมจะเจอสิ่งใหม่ เพราะที่ผ่านมาจำกับสิ่งเก่ามามากเกินไป ถือเป็นปัญหาสำคัญ จากการใช้เวลานานพอสมควร ในการสร้างวัคซีนสูตร 2 ขึ้นมา และมีความคาดหวังว่าวัคซีนสูตร 2 จะสามารถแก้ปัญหาได้ แต่ปัญหาที่ต้องเจอ เพราะเรามีความจำกับวัคซีนตัวเก่าๆ มากเกินไป ทำให้วัคซีนสูตร 2 อาจไม่มีประสิทธิภาพ เท่าที่เราคาดหวังไว้

จากที่เห็นข่าวในการทดลองฉีดวัคซีนสูตร 2 ไม่ว่าของโมเดอร์นา หรือไฟเซอร์ พบว่าการกระตุ้นไม่ได้สูงเท่ากับกรณีคนที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาเลย และเมื่อได้รับวัคซีนสูตร 2 จะมีภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์โอมิครอนสูงมาก ขณะที่คนเคยฉีดวัคซีนมาแล้ว 2-3 ครั้ง แล้วกระตุ้นด้วยวัคซีนสูตรใหม่ พบว่ากระตุ้นภูมิได้ไม่เท่ากับคนที่ไม่เคยมีภูมิแบบเดิม

“นั่นหมายความว่าการที่ได้รับวัคซีนสูตรเก่ามา มีผลต่อการกระตุ้นวัคซีนสูตรใหม่บ้างในระดับหนึ่ง แต่กรณีมีความจำเป็นต้องใช้วัคซีนอยู่ ต้องเข้าใจว่าต้องพยายามใช้เท่าที่จำเป็นหรือน้อยที่สุด หากเกินความจำเป็นไปจะมีผลต่อการใช้วัคซีนในระยะยาวได้”

ไม่เกินต้นปีหน้า วัคซีนรุ่นใหม่คลอด สู้กับโอมิครอนได้ดี

ขณะนี้วัคซีนรุ่นใหม่อยู่ระหว่างการทดสอบ ในการรับมือกับสายพันธุ์โอมิครอน พบว่าผลค่อนข้างดีจากสูตรของโมเดอร์นา และไฟเซอร์ ซึ่งเป็นสองยี่ห้อแรกจะออกมา โดยโมเดอร์นา เป็นสูตร 50:50 ใช้วัคซีนตัวเดิมครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งเป็นวัคซีนของโอมิครอน BA.1 ครึ่งหนึ่ง และผลออกมาว่าถ้าใช้เป็นวัคซีนเข็มกระตุ้น จะทำให้มีภูมิคุ้มกันต่อ BA.4 และ BA.5 ได้ดีกว่าวัคซีนสูตรเดิมประมาณ 2-3 เท่า น่าจะแก้ปัญหาโอมิครอนที่เปลี่ยนแปลงไปไวได้ดีขึ้น

ส่วนผลของไฟเซอร์ เป็นสูตร 2 แบบ เป็นโอมิครอนอย่างเดียวล้วนๆ มาเป็นเข็มกระตุ้น หรือตัวครึ่งๆ เหมือนที่โมเดอร์นาทำ ผลออกมาค่อนข้างน่าสนใจ หากใช้แบบตัวเดียวจะใช้ได้ดีกับโอมิครอนตัวเดิม หรือถ้าใช้อีกสูตร มีผลต่อ BA.4 และ BA.5 จะดีกว่า เพราะฉะนั้นไฟเซอร์ จะมีตัวเลือกแล้วว่าในอนาคตข้างหน้าเทรนด์ของการเปลี่ยนแปลงของไวรัส ยังเป็น BA.4 และ BA.5 อยู่ จึงมองว่าวัคซีนสูตรครึ่งๆ หรือแบบทูอินวัน อย่างที่โมเดอร์นา และไฟเซอร์ ทำไว้ จึงเป็นความหวัง

หรือหากมีโอมิครอน BA.1 ออกมาอีก และหน้าตาไม่เหมือนในปัจจุบัน ทางไฟเซอร์ ก็จะมีแผนสองในการนำวัคซีนที่จะนำมาใช้ได้ เพราะจะมีออปชั่นให้เลือกมากขึ้น คิดว่าปีหน้าจะมีวัคซีนสูตร 2 สำหรับปีหน้าค่อนข้างมากขึ้น.

อ่านเพิ่มเติม...

วิดีโอแนะนำ

นาทีช็อก! "ลูกค้า" แตกฮือออกจากห้างในจีน หลังถูกสั่งล็อกดาวน์ฉุกเฉิน เพราะพบคนติดโควิด-19
03:09

นาทีช็อก! "ลูกค้า" แตกฮือออกจากห้างในจีน หลังถูกสั่งล็อกดาวน์ฉุกเฉิน เพราะพบคนติดโควิด-19

ApplicationMy Thairath

วันพฤหัสที่ 18 สิงหาคม 2565 เวลา 13:08 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์